Skip to content Skip to footer

เปิดเทคนิคสุดล้ำเมื่อ SEO ถูกนำมาใช้กับธุรกิจสตาร์ตอัป

SEO

เปิดเทคนิคสุดล้ำเมื่อ SEO ถูกนำมาใช้กับธุรกิจสตาร์ตอัป

ในปัจจุบัน เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้หลายอุตสาหกรรมเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมถึงในวงการธุรกิจก็มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาเป็นตัวช่วยเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความสะดวก และช่วยลดแรงได้มาก ซึ่งการทำ SEO ก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่ช่วยส่งเสริมธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง และเหมาะกับธุรกิจประเภท Start Up ที่เปรียบเสมือนขั้นตอนแรกของแผนพัฒนาธุรกิจแต่ใช้ทุนไม่มาก เหมาะแก่การนำเครื่องมือทางการตลาดออนไลน์ อย่าง SEO มาใช้เพื่อสร้างการรับรู้ ดังนั้น วันนี้ Common Ground จะพาทุกคนมารู้จักกับธุรกิจ Start Up และการนำ SEO มาปรับใช้ เพื่อเพิ่มโอกาสขยายธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ จะมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้น เราไปดูกันได้เลย

Start Up คืออะไร ? ธุรกิจแบบใหม่เหมาะสำหรับนักออกไอเดีย

Start Up คือ ธุรกิจเกิดใหม่ที่เน้นการเติบโตอย่างรวดเร็วของผู้ประกอบการ โดยเป็นการดำเนินธุรกิจที่ต่างจากแบบทั่วไป เพราะ Start Up จะเน้นการออกแบบความคิดเพื่อค้นหานวัตกรรมใหม่ ๆ มาตอบสนองความต้องการของผู้ใช้แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นการบุกเบิกโดยใช้หลักการกระบวนวิจัย การตั้งสมมติฐาน การทดลอง และประเมินผล นอกจากนี้ ธุรกิจ Start Up ยังมีจุดเด่นอีกมากมาย ดังต่อไปนี้

  • Start Up ธุรกิจจากการระดมความคิด

ธุรกิจประเภทนี้เป็นการออกแบบธุรกิจแนวใหม่ จึงต้องมีการออกไอเดียอยู่ในหลายขั้นตอน โดยข้อสำคัญของธุรกิจสตาร์ตอัป คือ สิ่งที่คิดขึ้นมาจะต้องตอบสนองต่อผู้ใช้เป็นหลัก แนวคิดจึงเป็นการพยายามแก้ไขปัญหาด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม และช่วยเพิ่มความสะดวกมากขึ้น 

ดังนั้นจึงต้องมีการระดมความคิดเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ และบริการให้เหมาะสมกับผู้ใช้ในยุคปัจจุบัน อย่างไรก็ตามธุรกิจสตาร์ตอัปต้องอาศัยแนวคิดทางการตลาด และความรู้ทางเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะต้องใช้ทั้งสองอย่างในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้เกิดผลกำไร และก่อเกิดนวัตกรรมใหม่ที่น่าดึงดูดใจ

  • ใช้คนน้อย เริ่มต้นได้ง่าย

การทำสตาร์ตอัป เป็นการประกอบธุรกิจที่เริ่มต้นได้ง่าย เพราะจุดเด่นคือใช้กำลังคนน้อย แต่จะมีการใช้ผู้มีความรู้เฉพาะทางมาทำงาน ตัวอย่างเช่น ผู้ควบคุมโปรเจกต์ โปรแกรมเมอร์ กราฟิกดีไซน์เนอร์ และนักการตลาด เป็นต้น 

สำหรับการก่อตั้งสามารถทำได้ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ดังนั้น เมื่อรวมกลุ่มกันได้ประมาณ 4- 5 คน ก็สามารถดำเนินธุรกิจสตาร์ตอัปได้โดยไม่มีปัญหา และรูปแบบของการดำเนินธุรกิจจะเป็นการทำไปเรื่อย ๆ จนเกิดการขยายตัวจากสตาร์ตอัปไปเป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่ และมีโครงสร้างองค์กรที่ชัดเจน 

  • ใช้งบประมาณไม่มาก

เนื่องจากรูปแบบธุรกิจเป็นการออกแบบความคิด ทำให้ไม่ต้องลงทุนด้านการผลิต และการจ้างพนักงานจำนวนมาก อีกทั้งธุรกิจสตาร์ตอัปยังเป็นการมุ่งเน้นหาผู้ลงทุน ด้วยการนำเสนอความคิดทางธุรกิจ ซึ่งในตอนแรกเริ่มจึงมีเพียงค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานในทีม และการจ่ายงบประมาณในกระบวนการทางธุรกิจ เช่น การออกแบบ Prototype การทำการตลาด เป็นต้น

  • คิดธุรกิจเพื่อดึงดูดนักลงทุน

จุดประสงค์หลักในการออกแบบธุรกิจสตาร์ตอัปเพื่อนำไปเสนอให้กับนักลงทุน โดยจะแตกต่างจากธุรกิจทั่วไปที่เน้นหาผลกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากการพัฒนานวัตกรรมใหม่ เป็นสิ่งที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก อีกทั้งสตาร์ตอัปยังเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก ดังนั้นทำให้ธุรกิจเติบโตได้จึงต้องพึ่งพานักลงทุนที่สามารถสนับสนุนการดำเนินการต่าง ๆ เหล่านี้ได้

  • สร้างนวัตกรรมใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร

การทำธุรกิจมีหลายประเภท แต่การเป็นสตาร์ตอัปต้องคิดนวัตกรรมแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำกับใคร อย่างที่เราเห็นได้จากหลายธุรกิจที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ และได้รับความนิยม เช่น Lensod แอปพลิเคชันจองตั๋วดนตรีสด, Health At Home แอปพลิเคชันหาผู้ดูแลผู้สูงอายุ และ FastWork แอปพลิเคชันสำหรับการหางานฟรีแลนซ์

ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอบสนองกลุ่มผู้ใช้ได้ตรงโจทย์ โดยธุรกิจฟรีแลนซ์ การแสดงดนตรี รวมถึงผู้ดูแลคนชราเป็นบริการที่มีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สตาร์ตอัปทำให้แตกต่างไปจากเดิม คือ การพัฒนาช่องทางที่สะดวกต่อการใช้บริการมากขึ้น และถือเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนา

เปิด 4 เหตุผลช่วยตอบคำถาม ทำไม SEO จึงเหมาะกับธุรกิจ Start Up

หลังจากที่รู้จักกับธุรกิจสตาร์ตอัปไปอย่างละเอียดแล้ว จะเห็นได้ว่ารูปแบบธุรกิจต้องพึ่งพาการตลาดออนไลน์ ซึ่งการทำ SEO นั้นเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการดำเนินการธุรกิจสตาร์ตอัป โดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้

1. สตาร์ตอัป ดำเนินการออนไลน์

จะเห็นได้ว่าธุรกิจสตาร์ตอัปมักจะเริ่มจากการสร้างแอปพลิเคชัน ดังนั้นจะต้องมีการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งการทำ SEO คือการลงบทความที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจตามคีย์เวิร์ดที่มีการค้นหาจำนวนมาก ซึ่งจะสร้างการรับรู้ (Awareness) โดยผู้ใช้ต้องเข้ามาหาข้อมูล และดำเนินการผ่านอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ดังนั้นการใช้ SEO จึงเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับธุรกิจสตาร์ตอัปที่ดี

2. SEO ใช้งบประมาณไม่มาก

ตามรูปแบบของธุรกิจสตาร์ตอัป จะเริ่มต้นจากงบประมาณไม่มาก และมีการใช้ผู้มีความรู้เฉพาะทาง โดยในหนึ่งทีมหากประกอบไปด้วยผู้เขียนบทความ SEO จะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจด้านการสร้างการรับรู้ และการให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับธุรกิจอย่างละเอียดครบถ้วน โดยไม่จำเป็นต้องจ้างคนจำนวนมาก ทั้งยังได้ผลลัพธ์คุ้มค่า 

3. SEO ช่วยกระจายการรับรู้สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

อย่างที่ได้กล่าวไปว่าการทำ SEO ช่วยเพิ่มการรับรู้ให้กับแบรนด์ได้อย่างดี เพราะธุรกิจสตาร์ตอัปจะเป็นการเริ่มต้นโดยที่ยังไม่มีใครรู้จักแบรนด์ ดังนั้นการจัดทำเว็บไซต์พร้อมบทความจึงเหมาะสม เพราะนอกจากจะดึงดูดกลุ่มผู้ใช้แล้ว ยังสามารถดึงดูดนักลงทุนได้อีกด้วย 

4. SEO ช่วยสร้างภาพลักษณ์

การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการสร้างความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะสตาร์ตอัปที่ต้องมีการหานักลงทุน ดังนั้นการทำ SEO ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยโปรโมต และเน้นย้ำเกี่ยวกับจุดเด่นของแบรนด์เพื่อให้นักลงทุนได้พิจารณา และสร้างการรับรู้ให้กับผู้ใช้งานได้เข้าใจว่าธุรกิจสตาร์ตอัปของเราดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจประเภทไหน

ทั้งหมดก็คือความสำคัญของ SEO ที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจสตาร์ตอัป โดยเป็นการนำเครื่องมือทางการตลาดมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบธุรกิจแบบใหม่ ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ รวมถึงเป็นช่องทางที่ดีในการขยายธุรกิจของผู้ประกอบการสตาร์ตอัป 

ทั้งนี้หากใครที่มีข้อสงสัย หรือสนใจเกี่ยวกับเครื่องมือทางการตลาด และการทำ SEO สามารถใช้บริการจาก คอมม่อน กราวด์ เอเจนซี เพราะเราเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการทำ SEO และการตลาดออนไลน์มาหลายรูปแบบ หากต้องการปรึกษา หรือสอบถามเพิ่ม สามารถติดต่อเราได้ที่

Tel.081-426-6695

Email: [email protected]

Facebook Page: Common Ground

Hello,

We are Common Ground.

Go To Top