เผย 5 กลยุทธ์การตลาด ที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ !

กลยุทธ์การตลาด หรือ Marketing Strategy สำหรับการตลาดแบบออนไลน์ ในปัจจุบันอาจเป็นเรื่องแปลกใหม่ สำหรับผู้ที่เริ่มทำการตลาดแบบออนไลน์อย่างเต็มตัว เนื่องจาก ต้องอาศัยกลยุทธ์ และการตลาดหลายอย่างที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ และเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด
บทความในวันนี้ คอมม่อน กราวด์ จะพามือใหม่มาดูการวางแผน Marketing strategy แบบง่าย ๆ ด้วย 5 ขั้นตอน ที่ช่วยผลักดันธุรกิจของคุณให้ประสบความสำเร็จ และเป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมาย จะมีอะไรบ้าง มาติดตามดูกันได้เลย
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
กลยุทธ์การตลาด (Marketing Strategy) คืออะไร
กลยุทธ์การตลาด คือ แผนที่ธุรกิจวางไว้เพื่อโปรโมตสินค้าและบริการ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ชูจุดแข็ง สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และบอกถึงเครื่องมือการตลาดต่าง ๆ ที่จะใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ เช่น การเพิ่มยอดขาย การสร้างแบรนด์ หรือการขยายตลาดใหม่ ๆ

ประโยชน์ของกลยุทธ์การตลาด มีอะไรบ้าง ?
ในการทำธุรกิจแค่มีสินค้า และบริการที่ดีอาจยังไม่เพียงพอ หากขาดการวางแผนที่ชัดเจน ว่าจะเข้าถึงลูกค้าอย่างไร และแข่งขันในตลาดแบบไหน กลยุทธ์การตลาดจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยให้ธุรกิจเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง โดยมีประโชยน์หลายอย่าง ดังนี้
การมองเห็นที่เพิ่มขึ้น
การวางแผนการตลาด จะช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างมากขึ้น ด้วยการเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับธุรกิจ จะทำให้กำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน
การมีส่วนร่วมที่ดีขึ้น
การวางแผนการตลาดให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยดึงดูดลูกค้าด้วยกลยุทธ์ใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น ซึ่งจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมที่ดีระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมาย
ผลตอบแทนที่มากขึ้น
การตลาดออนไลน์ เป็นวิธีที่ประหยัดต้นทุนในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และสร้างโอกาสในการขายธุรกิจ ให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนมากขึ้น ทั้งหมดนี้ก็คือ ขั้นตอนวางแผนการตลาดสำหรับมือใหม่ ที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ และเป็นที่น่าจดจำต่อกลุ่มลูกค้ามากที่สุด

5 ขั้นตอน วางแผนกลยุทธ์การตลาด แบบได้ผลจริง !
การตลาดจะที่ประสบความสำเร็จได้ สิ่งสำคัญ คือ การวางแผนกลยุทธ์ และต้องมั่นใจได้ว่าการวางแผนในครั้งนี้ จะทำให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ และเข้ามามีส่วนร่วมในแบรนด์ของคุณ ซึ่งขั้นตอนการวางแผนการตลาดที่มือใหม่ควรรู้ มีด้วยกันทั้งหมด 5 ขั้นตอน ดังนี้
1. รู้จักตัวตนของธุรกิจ (Brand)
เริ่มต้นจากการรู้จักตัวตนของธุรกิจ ว่าต้องการขายอะไร และใครคือกลุ่มเป้าหมาย โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ SWOT Analysis เพื่อให้ทราบถึงจุดแข็ง-จุดอ่อนของธุรกิจ และนำมาสร้างจุดขายให้ธุรกิจเป็นที่น่าจดจำ ซึ่งจะช่วยให้คุณวางแผนการตลาดได้สอดคล้องกับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน (Customer Persona)
การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย (Customer) ให้ชัดเจน ซึ่งสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้จากจุดยืนของธุรกิจ หรือกำหนดจากตัวสินค้า และบริการต่าง ๆ เช่น ธุรกิจเครื่องสำอาง กลุ่มเป้าหมายของธุรกิจประเภทนี้แน่นอนว่าเป็นผู้หญิง
แต่หากต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนมากขึ้น แนะนำให้วิเคราะห์ว่าผู้หญิงช่วงอายุเท่าไหร่ ที่มีความสนใจเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการนั้น ๆ รวมไปถึงการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย จากพฤติกรรมการเสพข่าวสาร และช่องทางการสื่อสารที่ลูกค้าสนใจมากที่สุด
3. รู้ว่าคู่แข่งขันคือใคร (Competitor Analysis)
แน่นอนว่าการทำธุรกิจย่อมมีการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบไหนก็สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกในการซื้อสินค้ามากมาย
ดังนั้น คุณจะต้องรู้ว่าคู่แข่งคือใคร และมีจุดแข็ง-จุดอ่อนอย่างไรบ้าง เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนา และปรับใช้กับธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เลือกซื้อสินค้า และบริการ
4. กำหนดจุดหมายปลายทางของธุรกิจ (Marketing Goal)
การกำหนดเป้าหมายของธุรกิจ ว่าต้องการให้ธุรกิจไปในทิศทางไหน อาทิเช่น การทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมาย และทำให้ลูกค้าเกิดการซื้อซ้ำ หรือการทำให้ธุรกิจเป็น Top of Mind
ซึ่งข้อดีของการกำหนดเป้าหมายของธุรกิจ จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น และรู้ว่าธุรกิจควรปรับปรุง หรือพัฒนาอย่างไร เพื่อให้ดึงดูดความสนใจกลุ่มเป้าหมายอยู่ตลอด
5. กำหนดช่องทาง และสิ่งที่ต้องการจะสื่อสาร (Communication Channels)
การกำหนดช่องทาง และสิ่งที่ต้องการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นขั้นตอนการวางแผนการตลาดออนไลน์ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะทำให้ธุรกิจของคุณ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ และเป็นที่น่าจดจำ
ซึ่งช่องทางการสื่อสารมีหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น SEO, Google Ads, Website, Blog, Social Media หรือ Youtube เป็นต้น โดยสามารถเลือกช่องทางการสื่อสารให้เหมาะสมกับธุรกิจได้จากการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นที่ดีให้ธุรกิจ

4 หลักสำคัญของกลยุทธ์การตลาด (Marketing Mix 4P)
กลยุทธ์ 4P (Marketing Mix) คือ กรอบการวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ 4 ด้าน ที่ใช้ในการวางแผนการตลาด ได้แก่ Product, Price, Promotion และ Place โดยทั้งสี่ประเด็นนี้จะช่วยให้นักธุรกิจ และนักการตลาดมองภาพรวมของสินค้า และบริการได้รอบด้านขึ้น จากการกำหนดตัวสินค้า การตั้งราคา การสื่อสาร ไปจนถึงช่องทางจัดจำหน่าย ทำให้สามารถวางกลยุทธ์ได้แม่นยำ และเหมาะกับตลาดมากที่สุด
ทั้งนี้ กลยุทธ์ 4P (Marketing Mix) ประกอบไปด้วย 4 ปัจจัย ดังนี้
● Product: สินค้า หรือบริการที่ธุรกิจนำเสนอ ไม่ว่าจะจับต้องได้หรือไม่ได้ ตั้งแต่สินค้าแบบดั้งเดิมจนถึงแอปฯ หรือบริการต่าง ๆ
● Price: ต้นทุน และราคาขายที่เหมาะสมต่อทั้งธุรกิจ และลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการทำกำไร และการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
● Place: เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้า ตั้งแต่หน้าร้าน ห้าง ตลาด ไปจนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเว็บไซต์ แอปฯ Shopee หรือ Lazada เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายที่สุด
● Promotion: วิธีสื่อสาร และทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ เช่น โฆษณาออนไลน์, การใช้ Influencer, Marketing Content หรือโปรโมชัน ลดแลกแจกแถม เพื่อกระตุ้นการซื้อ และเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์

กลยุทธ์การตลาด 8P คืออะไร และมีอะไรบ้าง ?
การตลาด 8P (The 8 Ps) คือ แผนการตลาดที่พัฒนามาจากแนวคิด “การตลาด 4P” (Product, Price, Place, Promotion) โดยจะเน้นการใช้เครื่องมือ และกลยุทธ์ที่เหมาะกับผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยจุดมุ่งหมายของ การตลาด 8P คือ การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า พร้อมกับเพิ่มโอกาสทำกำไรให้ธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม แม้การตลาด 4P แบบเดิมจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจวางแผนเรื่องสินค้า ราคา ช่องทางจำหน่าย และการโปรโมตได้อย่างตรงจุด แต่เมื่อเสริมอีก 4P เพิ่มเติมเข้ามา ก็จะยิ่งช่วยให้การตลาดเจาะลึกได้มากยิ่งขึ้น ครอบคลุมทั้งประสบการณ์ ความสัมพันธ์ และคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ ส่งผลให้ธุรกิจสามารถสร้างยอดขาย และการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยการตลาด 8P แบ่งได้ดังนี้
- Product Strategy
สินค้า และบริการควรออกแบบให้เหมาะกับการใช้งาน มีคุณภาพ มาตรฐาน และบรรจุภัณฑ์ที่ดี ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และแก้ปัญหา (Pain Point) ได้จริง อีกทั้งยังต้องศึกษาคู่แข่ง เพื่อนำมาปรับปรุงสินค้า และบริการให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ
- Price Strategy
การตั้งราคา ต้องพิจารณาถึงหลายปัจจัย ทั้งต้นทุนการผลิต ขนาดธุรกิจ ราคากลาง ราคาคู่แข่ง รวมถึงพฤติกรรม และการตัดสินใจของลูกค้า เพราะราคาคือสิ่งที่สะท้อนคุณค่าของสินค้า และจุดยืนของธุรกิจ การตั้งราคาที่เหมาะสมจะช่วยให้ลูกค้าเห็นถึงความคุ้มค่า และเกิดการซื้อซ้ำ
- Place Strategy
ช่องทางจำหน่าย คือสะพานที่เชื่อมสินค้ากับลูกค้า ดังนั้น ต้องวางแผนให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย ไม่ว่าจะขายเอง หรือผ่านคนกลางก็ต้องสะดวก สินค้าพร้อมจำหน่าย และตรงกับข้อมูลที่ลูกค้าได้รับ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสปิดการขาย
- Promotion Strategy
การโปรโมต และส่งเสริมการขาย เป็นวิธีดึงดูดความสนใจของลูกค้า โดยควรออกแบบโปรโมชันให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ ความคุ้มค่า และช่วงเวลาที่เหมาะสม รวมถึงวางแผนงบประมาณให้คุ้มค่า เพื่อให้การสื่อสารได้ตรงใจ และสร้างยอดขายได้จริง
- Packaging Strategy
บรรจุภัณฑ์ คือสิ่งแรกที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกกับสินค้า ดังนั้น คุณต้องมีดีไซน์ที่โดดเด่น สวยงาม และสามารถสร้างการจดจำ เพื่อสร้างความประทับใจ และเพิ่มคุณค่าให้กับแบรนด์
- Personal Strategy
พนักงานขาย และบุคลากรในบริษัท คือหนึ่งในหัวใจสำคัญที่จะเชื่อมแบรนด์กับลูกค้า เจ้าของธุรกิจต้องใส่ใจตั้งแต่การคัดเลือก การอบรม ไปจนถึงการบริการหลังการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
- Public Relation Strategy
การสื่อสาร หรือประชาสัมพันธ์ คือการสร้างการรับรู้ และภาพลักษณ์ที่ดีให้ธุรกิจ ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น บทความออนไลน์ ข่าวสาร หรือข้อมูลผลิตภัณฑ์ ทำให้ทั้งลูกค้าเป้าหมาย และคนทั่วไปจดจำ รวมถึงไว้วางใจในสินค้าและบริการ
- Power Strategy
อำนาจการต่อรอง หมายถึงการสร้างข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อลูกค้าและธุรกิจ อาจเป็นการกำหนดราคาสินค้าได้สูงขึ้น เมื่อมีความต้องการมากกว่าปกติ หรือการเจรจาต่อรองกับคู่ค้า เพื่อสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจยืนหยัดในตลาดได้อย่างแข็งแรง
Marketing Mix 4P vs 8P ใช้แบบไหนดี ?
- กลยุทธ์ 4P เหมาะจะใช้ในการวางกลยุทธ์การตลาดสำหรับ “สินค้า” ที่จับต้องได้ โดยจะเน้นการออกแบบตัวสินค้า และวิธีขายให้โดนใจผู้บริโภค
- กลยุทธ์ 8P เป็นการต่อยอดจาก 4P เพื่อครอบคลุม “ประสบการณ์บริการ” และยุคดิจิทัล รวมถึงการจัดการเบื้องหลังที่มีผลต่อคุณภาพบริการ จึงเหมาะกับบริการ หรือธุรกิจที่ต้องเน้นประสบการณ์ลูกค้า และกระบวนการทำงาน

ยกตัวอย่าง กลยุทธ์การตลาดสุดปัง ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้า
การวางกลยุทธ์ทางการตลาดมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจ และกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งแต่ละกลยุทธ์ก็มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป มาดูกันว่ามีกลยุทธ์อะไรบ้าง ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง
- Social Media Marketing
พลังของโซเชียลมีเดีย มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสูงมาก ทั้งยังช่วยลดต้นทุนเพราะสามารถสื่อสารได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ไม่ว่าจะผ่าน Facebook, Instagram, TikTok หรือ YouTube
- Referral Marketing
ลูกค้ามักเชื่อรีวิว หรือคำแนะนำจากคนรู้จัก รวมไปถึง Influencer มากกว่าการโฆษณาทั่วไป โดยหากใช้กลยุทธ์นี้ ก็จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และส่งต่อภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ได้อย่างตรงไปตรงมา
- Partnership Marketing
การร่วมพันธมิตรทางธุรกิจ คือการร่วมมือระหว่าง 2 ธุรกิจที่มีเป้าหมายใกล้เคียงกัน เพื่อขยายฐานลูกค้า และสร้างความแตกต่าง เช่น ร้านอาหารจับมือกับแบรนด์เครื่องดื่ม เพื่อเพิ่มมูลค่า และสร้างการเติบโตไปพร้อมกัน
เพราะฉะนั้น ใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำการตลาดออนไลน์ Common Ground Agency รับทำการตลาดทุกรูปแบบ ตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดไปจนถึงการสร้างสรรค์เนื้อหาที่น่าสนใจ เราพร้อมเป็นผู้ช่วยในการทำการตลาดให้ธุรกิจของคุณไปสู่จุดมุ่งหมาย และประสบความสำเร็จเร็วที่สุด
ด้วยประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการทำการตลาดมากว่า 6 ปี เรามุ่งมั่น ตั้งใจ และพร้อมพัฒนา เพื่อให้ได้สิ่งที่ตอบโจทย์ลูกค้าอยู่เสมอ หากสนใจสามารถติดต่อเพื่อสอบถาม หรือปรึกษาได้ที่
Tel: 081-426-6695
Email: Enjoy@iamcommonground.com
Facebook Page: Common Ground
TikTok: @commonground_agency
Instagram: @commonground_agency
กลยุทธ์การตลาดคืออะไร ?
กลยุทธ์การตลาด คือ แผนธุรกิจที่ใช้กำหนดวิธีเข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย ตั้งแต่การวางตำแหน่งสินค้า ช่องทางสื่อสาร ไปจนถึงวิธีแข่งขันในตลาด เพื่อให้ขายได้ และเติบโตอย่างมีทิศทาง
กลยุทธ์การตลาด 4P ต่างจาก 8P อย่างไร ?
กลยุทธ์การตลาด 4P ประกอบด้วย Product, Price, Place และ Promotion ช่วยให้ธุรกิจวางตำแหน่งสินค้า และออกแบบข้อเสนอให้เหมาะกับตลาด
ส่วน 8P คือการต่อยอดจาก 4P ให้ครอบคลุมงานบริการมากขึ้น โดยจะเพิ่ม People, Process, Physical Evidence และ Productivity/Performance เพื่อให้ธุรกิจดูแลคุณภาพบริการ ประสบการณ์ลูกค้า และความต่อเนื่องของการให้บริการได้ละเอียดขึ้น
ทำไมธุรกิจขนาดเล็กถึงควรวางแผนกลยุทธ์การตลาด ?
การวางแผนกลยุทธ์การตลาด ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กใช้งบได้อย่างคุ้มค่า รู้ว่าควรสื่อสารกับใคร และด้วยวิธีไหน ช่วยลดความเสี่ยงจากการลองผิดลองถูก และเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเติบโตได้ แม้มีทรัพยากรจำกัด