การทำ SEO ที่ประสบความสำเร็จวัดได้จากอะไร ?SEOการทำ SEO ที่ประสบความสำเร็จวัดได้จากอะไร ?

การทำ SEO ที่ประสบความสำเร็จวัดได้จากอะไร ?

สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นทำ SEO (Search Engine Optimization) แต่ยังมีข้อสงสัยว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับการทำ SEO ที่เสียไปนั้น จะเกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับการติดอันดับแรกในทุก Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วทุกธุรกิจล้วนมีจุดประสงค์ในการทำ SEO ที่แตกต่างกันตาม KPI ของแต่ละแบรนด์ ทำให้การวัดผล SEO ที่ดีต้องมีมากกว่าการวัดผลจากเกณฑ์การจัดอันดับ (Ranking) 

สำหรับบทความวันนี้ คอมม่อน กราวด์ จะมาแชร์ความรู้เกี่ยวกับการทำ SEO และเกณฑ์การวัดผลมีอะไรบ้าง ถึงจะเชื่อได้ว่าเป็นการทำ SEO ที่ดีต่อธุรกิจ พร้อมบอกข้อห้ามในการทำ SEO บทความนี้มีคำตอบ ไปดูกัน

เรื่องน่ารู้! เกณฑ์การวัดผลของ SEO ที่ประสบความสำเร็จมีอะไรบ้าง

SEO หรือ Search Engine Optimization คือ กระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์ให้มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อเพิ่มยอดเข้าชมของลูกค้า (Organic Traffic) จากผลการค้นหาในแต่ละ Keyword ให้เหมาะสมกับ Search Engine โดยใช้เทคนิคการปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ บนหน้าเว็บไซต์ให้อยู่ในเกณฑ์การพิจารณาอันดับของ Search Engine

ทั้งนี้ การวัดผลของ SEO ไม่เพียงแค่ดูจากการจัดอันดับ (Ranking) อย่างเดียว หากเว็บไซต์ของคุณถูกจัดอยู่ในอันดับที่ดี แต่ไม่มีคนคลิกเข้าชมเว็บไซต์ นั่นถือว่าการทำ SEO ยังไม่ประสบความสำเร็จ จึงมีตัวชี้วัด และจุดประสงค์อื่น ๆ ที่ช่วยวัดผลได้ ดังนี้

  • Brand Awareness

การทำเว็บไซต์ หรือแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในสายตากลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือต่อสินค้าและบริการ ทั้งยังสร้างมูลค่าให้กับแบรนด์โดยตรง

  • Website Organic Traffic

การทำให้จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้น หรือเกิดปฏิสัมพันธ์กับเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้า หรือบริการ ทั้งยังเป็นการทำการตลาดออนไลน์ที่ยั่งยืน นอกจากนี้ การทำ SEO ยังช่วยให้เว็บไซต์ของคุณได้ Organic Traffic หรือเรียกง่าย ๆ คือ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์โดยที่คุณไม่ต้องเสียเงิน

  • Visitor Targeting

การช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง ถือเป็นการดึงกลุ่มเป้าหมาย (Targeting) จากการสร้างคอนเทนต์ หรือการมีสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าโดยการใช้ Keyword

  • Conversion Rate

ค่า Conversion Rate ประกอบด้วย การกดซื้อสินค้า การกดติดตามใหม่ การอ่านบทความ รวมถึงการกรอกแบบฟอร์มข้อมูล ล้วนการันตีความสำเร็จของผลลัพธ์ตามเป้าหมายได้ ซึ่งสามารถกำหนดเป้าหมายไว้ใน Google Analytics เพื่อประมวลผลแคมเปญว่าเป็นไปตามเป้าที่กำหนดไว้มากน้อยเท่าไหร่

  • Authority

การสร้างความน่าเชื่อถือ และความเชี่ยวชาญในสินค้า และบริการ โดยหากแบรนด์มีความน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้า จะมีผลทำให้ลูกค้าเลือกแบรนด์ของคุณก่อนคู่แข่ง

  • Business Growth

การช่วยให้แบรนด์ หรือธุรกิจเติบโตจากการเป็นที่รู้จัก หรือมียอดขายเพิ่มมากขึ้น เพื่อทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้น

  • Ranking

การติดอันดับการแสดงผลของเว็บไซต์ เมื่อคีย์เวิร์ดถูกเสิร์ชบน Search Engine ซึ่งอันดับที่ถือว่าการทำ SEO ประสบความสำเร็จ คือ อันดับ 1-10 หรือภายในหน้าแรกของ Google เนื่องจาก พฤติกรรมของผู้ใช้งาน (User) ส่วนมากจะกดเข้ามาในเว็บไซต์แค่เพียง 1 หน้าเท่านั้น โดยหากธุรกิจของคุณมีเว็บไซต์ติดในหน้าแรกของ Google จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด

  • Impression

Impression หรือ จำนวนครั้งที่มีคนเห็นเว็บไซต์ของคุณผ่านการค้นหาบน Google ไม่ว่าเว็บไซต์จะอยู่อันดับที่เท่าไหร่จะมีการนับเป็น 1 Impression ซึ่งสามารถนับซ้ำได้ หากเว็บไซต์มียอด Impression สูงแปลว่ามีผู้ใช้งานเห็นเว็บไซต์ของคุณเยอะเช่นกัน

  • Clicks

Clicks จะสัมพันธ์กับจำนวน Impression เพราะ Clicks เป็นการนับจำนวนครั้งที่มีคนกดเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ เมื่อมีการค้นหาผ่าน Google เพื่อแสดงว่าทุกครั้งที่เว็บไซต์ปรากฏ จะมีคนกดเข้ามาในเว็บไซต์มากแค่ไหน หากมีคนเห็นเว็บไซต์ของคุณ 1,000 ครั้ง และมีคนกดคลิกเข้ามาในเว็บ 100 ครั้งจากจำนวนผู้คนหาทั้งหมด นั่นแปลว่าเว็บไซต์ของคุณถูกแสดงอยู่ในอันดับที่คนเข้าถึงได้

ข้อควรระวัง! ถ้าอยากทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จ

การทำ SEO เป็นเทคนิคในการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ ของหน้าที่แสดงผลการค้นหา แต่ก็มีข้อจำกัดในการทำ SEO หากเว็บไซต์ไหนฝ่าฝืนอาจทำให้อันดับตกลง และส่งผลต่อธุรกิจของคุณในระยะยาวได้ โดยข้อห้ามในการทำ SEO มีดังนี้

  • ห้ามเขียนคอนเทนต์โดยไม่มี Keyword

การเขียนคอนเทนต์โดยไม่มีคีย์เวิร์ด ถือเป็นข้อห้ามในการทำ SEO ด้วยคอนเทนต์ เนื่องจาก การไม่มี Keyword ในบทความ ระบบ Search Engine Algorithm ของ Google จะหาเว็บไซต์ของคุณไม่เจอ เพราะไม่รู้ว่าเว็บไซต์ของคุณเกี่ยวกับอะไร สุดท้าย Google จึงไม่สามารถจัดอันดับการแสดงผลของเว็บไซต์ได้

  • ห้ามลอกเลียนแบบคอนเทนต์

การลอกเลียนแบบคอนเทนต์ (Duplicate Content) คือ การนำคอนเทนต์ หรือบทความของเว็บไซต์คนอื่นมา Copy และอัปลงเว็บไซต์ของตนเองถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด เนื่องจาก Google มีระบบ Algorithm สามารถตรวจสอบข้อมูล และความใกล้เคียงของเนื้อหา ซึ่งจะให้คะแนนเว็บไซต์ที่อายุมากกว่า และมีจำนวนคนเข้าชม (Traffic) เยอะกว่าเว็บไซต์ที่คัดลอกบทความต้นฉบับ โดยกรณีร้ายแรงหากเว็บไซต์ต้นฉบับเห็นคอนเทนต์ คุณอาจโดนดำเนินคดีทางกฎหมายได้ในท้ายที่สุด

  • ห้ามใช้โปรแกรมสปินบทความ

โปรแกรมสปินบทความ คือ โปรแกรมประเภท Re-Write คอนเทนต์ โดยนำคำที่มีความหมายใกล้เคียงกับคอนเทนต์ต้นฉบับมาแทนที่ เพื่อเปลี่ยนเนื้อหาใหม่ และไม่ให้มีคนจับได้ ซึ่ง Algorithm ไม่ชอบคอนเทนต์ลักษณะนี้ อาจส่งผลเสียต่ออันดับการค้นหาของเว็บไซต์ของคุณได้

  • ห้ามสแปม Backlink

สแปม Backlink คือ เทคนิคการจงใจสร้าง Backlink กลับมาที่เว็บไซต์เยอะ ๆ ทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่ดีผ่านการใช้เว็บไซต์หลุมที่ไม่มีคุณภาพ อาทิ เว็บพนัน หรือที่เรียกว่า SEO สายดำ โดย Google สามารถตรวจสอบได้ และหากพบเจอจะทำการประเมินเว็บไซต์ของคุณต่ำลงทันที รวมถึงส่งผลต่ออันดับของการทำ SEO ด้วย

สุดท้ายนี้การวัดผลของการทำ SEO อาจมาจากตัวชี้วัดหลายอย่างประกอบรวมกัน เพื่อประเมิน และวัดผลการทำ SEO ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของแบรนด์ที่ต้องการ ดังนั้น จึงควรศึกษา และนำข้อมูลจากตัวชี้วัดเพื่อคอยปรับปรุงเว็บไซต์อยู่เสมอ

สำหรับเจ้าของธุรกิจท่านไหนต้องการทำ SEO แต่ยังไม่มั่นใจเรื่องเว็บไซต์ หรือโครงสร้างการทำ SEO คอมม่อน กราวด์ ยินดีให้บริการ ด้วยประสบการณ์การทำการตลาดออนไลน์หลายรูปแบบ หากต้องการปรึกษา หรือสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่

Tel. 081-426-6695

Email : [email protected]

Facebook Page : Common Ground

© 2024 · Common Ground Digital Marketing Agency ·