BlogAdsInstagram AdsReels คืออะไร ? เทคนิคเพิ่มยอดวิวให้ Reels ปังทั้ง Facebook และ Instagram

Reels คืออะไร ? เทคนิคเพิ่มยอดวิวให้ Reels ปังทั้ง Facebook และ Instagram

reels

ในยุคปัจจุบัน ที่คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับวิดีโอสั้น (Short-form Video) มากขึ้น ทำให้หลายแพลตฟอร์มพัฒนาเครื่องมือเฉพาะขึ้นมาเพื่อรองรับเทรนด์นี้ ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือยอดนิยม ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ได้แก่ “Reels” ฟีเจอร์จาก Meta ที่สามารถใช้งานได้ทั้งบน Facebook และ Instagram

ดังนั้น สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยกับ Reels หรือยังไม่มีไอเดียเพิ่มยอด Reach ให้คอนเทนต์ของตัวเอง ในบทความนี้ Common Ground จะพาคุณไปทำความรู้จักว่า Reels คืออะไร พร้อมอัปเดตเทรนด์ล่าสุด สำหรับการตลาดออนไลน์ที่ไม่ควรพลาด ซึ่งจะช่วยให้วิดีโอของคุณมีโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นกว่าเดิม ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

ทำความรู้จัก Reels คืออะไร ?

Reels (อ่านว่า รีลส์) คือ ฟีเจอร์วิดีโอสั้นบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook และ Instagram ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอแนวตั้ง เช่นเดียวกับแอปพลิเคชัน TikTok และมีความยาวกำหนดไม่เกิน 3 นาที พร้อมสามารถใส่เพลง เสียงประกอบ ข้อความ หรือเอฟเฟกต์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ และดึงดูดผู้ชมมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ชมสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ Reels ได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น หน้าฟีด (Feed), แท็บสำรวจ (Explore) หรือ แท็บ Reels ซึ่งช่วยให้วิดีโอมีโอกาสถูกมองเห็นโดยผู้ชมในวงกว้าง แม้จะยังไม่ได้ติดตามบัญชีนั้นมาก่อน โดย Reels เป็นฟีเจอร์ที่มีบน Instagram และ Facebook ซึ่งมีจุดเด่นที่น่าสนใจมากมาย ดังนี้

  • Facebook reels

Facebook reels เป็นฟีเจอร์คลิปวิดีโอสั้นบนเฟซบุ๊ก โดยสามารถปรับแต่งวิดีโอ เสียงเอฟเฟกต์ เพลง ข้อความ พร้อมกับปรับแต่งพื้นหลัง หรือใส่ฟีลเตอร์ได้ตามความต้องการ ซึ่ง Facebook Reels สามารถสร้างรายได้ให้กับเหล่าครีเอเตอร์ผ่านระบบ Reels Play แต่มีเงื่อนไขที่สำคัญ คือ ต้องมียอดผู้เข้าชมอย่างน้อย 1,000 ครั้ง ภายในช่วง 30 วัน

ทั้งนี้ ระบบ Reels Play เปิดสร้างรายได้เฉพาะผู้ใช้งานบางรายเท่านั้น ซึ่งเฟซบุ๊กจะเป็นฝ่ายเชิญให้เข้าใช้งาน ผ่านเงื่อนไขสำคัญ เช่น เพจที่มีการโฆษณาในสตรีม เพจที่มีการจ่ายเงินฟีเจอร์ดาว หรือคอนเทนต์ที่มีเนื้อหา เกี่ยวกับธุรกิจ และการสร้างแบรนด์ เป็นต้น

  • Instagram reels

Instagram reels คือ ฟีเจอร์สร้างวิดีโอขนาดสั้น บนแอปพลิเคชัน Instagram เพื่อให้ครีเอเตอร์ทั่วโลก สามารถอัปโหลดคลิปวิดีโอสั้นได้ ไม่ต่างจากแพลตฟอร์มอื่น ทั้งยังปรับแต่งเอฟเฟกต์ภาพ ตัวอักษร และใส่เสียงประกอบได้ตามต้องการ

เมื่ออัปโหลดคลิป Reels เสร็จแล้ว ระบบจะแสดงผลในรูปแบบสาธารณะ ทำให้ผู้ใช้งาน Instagram ทั่วโลกสามารถมองเห็นคลิปของคุณได้ แม้ไม่ใช่ Follower ทั้งยังสามารถยิงแอดได้ ไม่ต่างจากแพลตฟอร์มอื่น ๆ ตอบโจทย์การทำ Affiliate Marketing อย่างยิ่ง

reels

เปรียบเทียบ Reels แตกต่างจาก VDO สั้นอื่น ๆ อย่างไร

สรุปความแตกต่างของ Reels และวิดีโอสั้นจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ แบบเข้าใจง่าย ดังนี้

แพลตฟอร์ม TikTok จะเหนือกว่าด้านความยาววิดีโอ รองรับได้ถึง 10 นาที เหมาะกับคอนเทนต์ที่เล่าเรื่อง

Reels (Instagram & Facebook) จะเน้นการแชร์ที่ง่าย และใช้ AR Effect ได้หลากหลาย

YouTube Shorts จะเด่นที่รองรับทั้งแนวตั้งและแนวนอน แต่ไม่มีฟีเจอร์ AR

reels

เจาะลึก ประโยชน์ของการทำคลิป Reels ดีต่อแบรนด์อย่างไร ?

การทำคลิป Reels ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างสรรค์คอนเทนต์วิดีโอสั้น ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ ในการส่งเสริมแบรนด์ให้เติบโต โดยสามารถสรุปประโยชน์หลัก ๆ ดังนี้

  • เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ

ข้อดีแรกของการทำ Reels คือช่วยเพิ่มโอกาสให้แบรนด์ของคุณ ได้ปรากฏบนหน้าฟีดของผู้ใช้ที่ยังไม่รู้จักแบรนด์มาก่อน จึงสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ได้มากขึ้น เนื่องจาก อัลกอริทึมของ Facebook และ Instagram มักแนะนำคลิปวิดีโอไปยังผู้ที่เคยค้นหา หรือมีพฤติกรรมสนใจเนื้อหาที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่แบรนด์นำเสนอ จึงช่วยเพิ่มการมองเห็น และการเข้าถึงได้แบบออร์แกนิก โดยไม่ต้องพึ่งโฆษณาเสมอไป

  • กระตุ้น Engagement

ด้วยรูปแบบวิดีโอที่สั้น กระชับ และน่าดึงดูด Reels จึงสามารถกระตุ้นให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น การกดไลก์ แชร์ หรือคอมเมนต์ ซึ่งล้วนช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์และลูกค้า 

อีกทั้งยังช่วยสร้างภาพจำให้กับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี หากผู้ชมรู้สึกประทับใจ หรือชื่นชอบคลิป Reels ของคุณ ก็มีแนวโน้มสูงที่จะเข้ามาเยี่ยมชมโปรไฟล์ รวมถึงติดตามชมคลิปวิดีโออื่น ๆ ส่งผลให้ยอดติดตามแบรนด์เพิ่มขึ้น

  • ส่งเสริมยอดขาย

Reels ยังเป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับการนำเสนอสินค้า และบริการในรูปแบบ Soft Sell ด้วยเนื้อหากระชับ และเข้าใจง่าย ส่งผลให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถแชร์คลิป Reels ได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็น การส่งต่อผ่านแชต, การแชร์ลงบน Stories, หรือการ Repost ล้วนอาจส่งผลให้ยอดขายสูงขึ้น

  • นำไปใช้ในการยิงแอด

การใช้คอนเทนต์ Reels ที่มีอยู่แล้วมาทำ Reels Ads ถือเป็นกลยุทธ์ช่วยให้ธุรกิจประหยัดเวลาและต้นทุน ในการผลิตคอนเทนต์โฆษณาใหม่ ๆ เพียงแค่นำคอนเทนต์ Reels ที่มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีอยู่แล้ว มาเพิ่มงบประมาณในการยิงโฆษณา เพื่อขยายการเข้าถึงให้กว้างขึ้น อีกทั้งตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

สำหรับ ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจ ที่กำลังมองหาแนวทางในการทำการตลาดออนไลน์อย่างมืออาชีพ ขอแนะนำ Common Ground เอเจนซีที่ปรึกษาการตลาด ที่เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลแบบครบวงจร พร้อมให้คำปรึกษา วางกลยุทธ์ และดูแลทุกขั้นตอน

reels

10 ไอเดียทำคลิป Reels เพิ่มยอด Reach สำหรับครีเอเตอร์หน้าใหม่

แพลตฟอร์มของ Meta ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Instagram ต่างก็ให้ความสำคัญกับ Reels เป็นพิเศษ หากคุณสามารถสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจ และตอบโจทย์ผู้ชมได้ ก็มีโอกาสสูงที่คลิปของคุณ จะถูกนำไปแสดงบนหน้า Explore หรือ Reels Tab โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาแม้แต่บาทเดียว

ดังนั้น จึงถือเป็นโอกาสดี สำหรับครีเอเตอร์หน้าใหม่ หรือแบรนด์ที่กำลังปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัลในการทำการตลาดออนไลน์ โดยเราขออัปเดตเทรนด์ไอเดีย การทำคอนเทนต์ Reels เพื่อเพิ่มยอด Reach ที่คุณไม่ควรพลาด ดังนี้

  1. Mini Vlog

เริ่มกันที่การทำ Mini Vlog คือ การเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันในรูปแบบวิดีโอสั้น เช่น หนึ่งวันในการทำงาน การเตรียมตัวก่อนออกไปพบลูกค้า หรือบรรยากาศในที่ทำงาน โดยควรเลือกถ่ายภาพที่สวยงาม ตัดต่อให้กระชับ ใส่เพลงประกอบเบา ๆ และมีแคปชันน่าสนใจ เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่าได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของคุณอย่างใกล้ชิด

  1. คอนเทนต์แนะนำตัวเอง

คอนเทนต์แนะนำตัวเองผ่านการเล่าเรื่อง (Storytelling) เป็นการแนะนำตัวเองผ่านการเล่าเรื่องราวชีวิต หรือแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นคอนเทนต์ เช่น “ทำไมถึงเริ่มทำธุรกิจ” หรือ “กว่าแบรนด์จะมาถึงจุดนี้” ซึ่งสามารถเล่าแบบจริงใจ ใช้ภาพในอดีตสลับกับภาพปัจจุบัน เพื่อทำให้ผู้ชมรู้สึกเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

  1. การสร้างโพลตอบโต้

อีกหนึ่งวิธีในการกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้ชม คือการใช้ Poll หรือคำถามง่าย ๆ ในคลิป เช่น “คุณชอบกาแฟดำ หรือกาแฟนม ?” หรือ “ให้คะแนนลุควันนี้กี่เต็มสิบ ?” ซึ่งสามารถชวนให้ผู้ชมคอมเมนต์ตอบกลับ เป็นการสร้าง Engagement อย่างเป็นธรรมชาติ โดยควรมีการปิดท้ายด้วยประโยคเชิญชวน เช่น “คอมเมนต์บอกกันหน่อย” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดการสนทนา

  1. ตอบคำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หากคุณมีผู้ติดตามเริ่มมากขึ้น การตอบคำถามที่ผู้ติดตามที่มักถามบ่อย การนำคำถามเหล่านั้น ผ่านคลิปสั้นจะช่วยลดการตอบซ้ำ และยังเป็นคอนเทนต์ที่ให้คุณค่า โดยควรตัดให้ตรงประเด็น ใช้กราฟิกช่วยสรุป หรือใส่คำบรรยายเพื่อความเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

  1. เล่าเรื่องแบบ Point of View (POV)

การใช้มุมมองแบบ POV คือ การทำให้ผู้ชมรู้สึกว่ามีส่วนร่วม ผ่านการถ่ายทำที่ใช้มุมมองแบบบุคคลที่หนึ่ง หรือสถานการณ์สมมติ ซึ่งเทคนิคนี้จะช่วยดึงอารมณ์ของผู้ชมให้มีส่วนร่วมกับคลิปได้ดี และมีความสมจริงมากขึ้น

  1. คอนเทนต์ How-to

การให้ความรู้ หรือแชร์เทคนิคเล็ก ๆ จากธุรกิจของคุณ ยังคงเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูง เช่น หากเป็นร้านขายเสื้อผ้า “3 เคล็ดลับแต่งตัวให้ดูแพง” หรือธุรกิจเปิดบริการรับถ่ายรูป “ทริคจัดแสงถ่ายสินค้า ด้วยอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว” โดยควรทำให้กระชับ ไม่ซับซ้อน และมีจังหวะคลิปที่เร็วพอจะดึงความสนใจของผู้ชมตั้งแต่ 3 วินาทีแรก

  1. คอนเทนต์ Tips & Trick

คอนเทนต์ Tips & Trick เป็นเนื้อหาที่แชร์เคล็ดลับ หรือวิธีการใช้สินค้า และบริการของแบรนด์ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเข้าใจโพรดักต์ของแบรนด์ได้มากขึ้น ซึ่งจุดเด่นของคอนเทนต์นี้ คือ การสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดูเชี่ยวชาญ และรับฟังเสียงของผู้บริโภคทุกกลุ่ม เพราะหากลูกค้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการของแบรนด์ ก็สามารถหาคำตอบได้ผ่านคอนเทนต์ทันที

  1. Challenge กับกลุ่มผู้ติดตาม

หากคุณอยากสร้างกระแส ลองคิดชาเลนจ์สนุก ๆ แล้วชวนผู้ติดตามมาเล่นด้วย เช่น “แต่งหน้าภายใน 30 วินาที” หรือ “เล่าเรื่องใน 3 คำ” พร้อมเชิญชวนให้แท็กกลับมาหาคุณ หรือใช้ Hashtag ที่คุณตั้งขึ้น เพื่อรวบรวมคอนเทนต์จากผู้ติดตาม ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของแบรนด์ หรือเพจได้มากยิ่งขึ้น

  1. คอนเทนต์ Behind The Scene

สำหรับคอนเทนต์ Behind The Scene เป็นคอนเทนต์ที่จะพากลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ ไปสำรวจเบื้องหลังการทำงานของแบรนด์ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การคัดสรรวัตถุดิบ ไปจนถึงการทำงานของทีมงาน เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ทำให้ลูกค้ามองเห็นถึงความทุ่มเท และเข้าใจถึงสินค้า หรือบริการของแบรนด์มากขึ้น

  1. คอนเทนต์ความสำเร็จของแบรนด์

คอนเทนต์ความสำเร็จของแบรนด์ เป็นคอนเทนต์ที่นำเสนอถึงผลลัพธ์​ต่าง ๆ ที่แบรนด์ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น ผลลัพธ์หลังการใช้งาน หรือนำเสนอยอดขาย ของสินค้าตัวล่าสุด รวมถึงวิธีการผลิตสินค้าต่าง ๆ ที่แบรนด์เป็นผู้คิดค้น เพื่อให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูน่าเชื่อถือ และดึงดูดใจให้ลูกค้า ตัดสินใจซื้อสินค้า และบริการของแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว

reels

5 เทคนิคเพิ่มยอดวิว Reels ให้คนดูเยอะ ที่สายครีเอเตอร์ต้องรู้

เชื่อว่าหลายคนคงประสบปัญหา ทำคลิปเท่าไหร่ก็ไม่ปัง แถมเสียเงินยิงแอดแล้วก็ยังไม่เห็นผล Common Ground ขอแนะนำให้ครีเอเตอร์หน้าใหม่ และนักการตลาดทุกคน ลองสำรวจความนิยมของเทรนด์ในขณะนั้น พร้อมกับจดจำ 5 เทคนิคที่เรานำเสนอให้ ไปปรับใช้ให้เข้ากับคอนเทนต์ที่วางไว้ ดังนี้

  1. ใช้ Hook 3 วินาทีแรกให้ดึงดูด

การทำคอนเทนต์ Reels ให้ประสบความสำเร็จนั้น จะต้องดึงดูดใจให้กลุ่มเป้าหมาย หยุดดูคลิปของคุณได้ภายใน 3 วินาทีแรก เพราะหากไม่ดึงดูดใจมากพอ คนก็ไม่ให้โอกาสแบรนด์ของคุณเล่าเรื่องจนจบ ซึ่งการใช้ Hook ที่ดี ไม่ใช่แค่การพูดเสียงดัง หรือทำภาพให้สวยงามเท่านั้น แต่ต้องทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย และซื้อใจลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

ยกตัวอย่างเช่น การกระตุ้นด้วยคำถามที่คนอยากตอบ, การเปิดคลิปด้วยข้อมูลเชิงสถิติ เพื่อให้ผู้ฟังตั้งคำถาม และอยากฟังจนจบ, เปิดเรื่องด้วยการเล่าเรื่อง แต่ยังเล่าไม่จบ หรือใช้เสียง และภาพที่กำลังไวรัล เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายหยุดดูคลิปวิดีโอ เป็นต้น

  1. ใช้ Caption สั้นแต่ชัดเจน

การเขียนแคปชันในคลิปวิดีโอ มีผลต่อการสร้าง Engagement มากกว่าที่ใครหลายคนคิด เพราะหากแคปชันซื้อใจผู้บริโภคได้ ก็ยิ่งสร้างโอกาสที่จะดูคลิปวิดีโอจนจบ โดยแคปชันที่ดีจะต้องมีความสั้น กระชับ แต่ชัดเจน ทั้งยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ 

ทั้งนี้ อย่าลืมกำหนด Call to Action ให้ชัดเจน เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจว่า แบรนด์ต้องการสื่ออะไร เช่น หากต้องการสร้าง Challenge ควรระบุให้ชัดเจน หรือใส่แฮชแท็กท้ายแคปชัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถดูคอนเทนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม และร่วมสนุกกับแบรนด์ได้ หรือหากต้องการโปรโมตสินค้า ก็อาจระบุคำว่า Flash Sale หรือโปรโมชัน 11.11 ในแคปชันให้ชัดเจน

  1. เพิ่ม Subtitle หรือ Text overlay ให้เรียบร้อย

Subtitle คือ คำบรรยายที่อยู่ในคลิปวิดีโอ ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ชม สามารถเข้าถึงเนื้อหาคอนเทนต์ได้มากขึ้น รวมถึงผู้พิการทางเสียง ที่สามารถอ่าน Subtitle เพื่อเข้าใจเรื่องราว ทั้งยังช่วยให้การสื่อสารเนื้อหา มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนั้น อย่าลืมใส่ Subtitle ให้เรียบร้อย เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ สามารถเข้าใจเนื้อหาในคอนเทนต์ แม้ไม่ได้ฟังเสียง

  1. ใช้เพลง หรือเสียงที่กำลังติดเทรนด์

การเลือกใช้เสียงประกอบ หรือเพลงที่กำลังมาแรง ถือเป็นเคล็ดลับการทำคลิป Reels ที่ครีเอเตอร์ไม่ควรมองข้าม เพราะอัลกอริทึมของ Reels รู้ว่าเพลงไหนกำลังมาแรง รวมถึงเพลงไหนบ้างที่นิยมใช้ประกอบคอนเทนต์ และมีแนวโน้มที่จะนำเสนอคลิปวิดีโอ ที่ใช้เพลงฮิตในช่วงนั้นบนหน้า Explore หรือหน้า Feed ของกลุ่มเป้าหมาย

  1. อัปโหลดในช่วงเวลา Prime Time

โดยปกติแล้ว คนส่วนใหญ่ใช้เวลาเล่น Instagram และ Facebook เป็นเวลานาน นั่นหมายความว่า คลิป Reels ที่ถูกอัปโหลดก็เยอะตามไปด้วย ดังนั้น การอัปเดตช่วงเวลา Prime Time ของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้คลิปนั้น ๆ ได้รับยอด Engagement ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งในแต่ละวันก็จะมีเวลา Prime Time ที่ต่างกันออกไป ดังนี้

  • วันอาทิตย์ เวลา 19.00 น. 
  • วันจันทร์ เวลา 23.00-24.00 น.
  • วันอังคาร เวลา 07.00-10.00 น.
  • วันพุธ เวลา 11.00 น.
  • วันพฤหัส เวลา 07.00 น. และ 14.00 น. และ 23.00-24.00 น.
  • วันศุกร์ เวลา 04.00 น.
  • วันเสาร์ เวลา 07.00 น. และ 15.00 น.

หากคุณต้องการนำไอเดียเหล่านี้ ไปปรับใช้ในการทำการตลาดออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ขอแนะนำ Common Ground Agency ที่ปรึกษาการตลาด พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์เคียงข้างธุรกิจของคุณ ช่วยวางแผนกลยุทธ์ คิดคอนเทนต์ และผลักดันแบรนด์ให้เติบโตในโลกดิจิทัล จากประสบการณ์มากกว่า 7 ปี สนใจสามารถติดต่อได้ที่

Tel: 081-426-6695

Email: Enjoy@iamcommonground.com

Facebook Page: Common Ground

TikTok: @commonground_agency

Instagram: @commonground_agency

Reels Facebook สร้างรายได้ยังไง

Reels Facebook สามารถสร้างรายได้ผ่านผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ Reels Play Bonus และการยิงโฆษณาในคลิป

Reels Facebook กี่วิวได้เงิน

การสร้างรายได้จาก Reels บน Facebook สามารถทำได้โดยผ่านระบบ Reels Play โดยต้องมียอดผู้เข้าชมคลิปวิดีโอ Reels อย่างน้อย 1,000 ครั้งภายใน 30 วัน และต้องเป็นผู้ใช้งานที่มีคุณสมบัติครบถ้วนแล้วเท่านั้น

วิธีลงคลิป Reels ยังไงให้ได้เงิน

อันดับแรกให้สมัครเข้าร่วมโปรแกรม Reels Play โดยเข้าไปที่หน้า “การตั้งค่า” ของบัญชีผู้ใช้ Facebook จากนั้นคลิกที่ “รายได้” และเลือก “เข้าร่วมโปรแกรม Reels Play” จากนั้นก็รอรับการอนุมัติเข้าร่วมโปรแกรม เพียงเท่านี้ก็สามารถลงคลิป Reels เพื่อให้ได้เงินได้แล้ว

ลงคลิป Reels ยังไง

เปิดแอป Facebook > สร้างโพสต์ > เลือก “Reels” > อัปโหลดวิดีโอ

Reels ลงได้กี่นาที

Reels ลงได้สูงสุด 60 วินาที บน Facebook Reels

Reels กับ Story ต่างกันอย่างไร

Reels เมื่อโพสต์แล้วจะอยู่ถาวร และเข้าถึงคนทั่วไปได้ ส่วน Story เมื่อโพสต์แล้วจะหายไปใน 24 ชม. และมักเน้นให้คนติดตามที่จะเห็นได้

ยอดวิว Reels นับยังไง

ยอดวิว Reels จะนับทันทีเมื่อมีคนดูวิดีโอ เกิน 3 วินาที

Common Ground Digital Marketing Agency รับทำการตลาดออนไลน์
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.