BlogMarketingContent MarketingGoogle Gemini คืออะไร ? พร้อมเทคนิคสำหรับนักการตลาดออนไลน์

Google Gemini คืออะไร ? พร้อมเทคนิคสำหรับนักการตลาดออนไลน์

google gemini

Google Gemini คือ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ซึ่งได้กลายเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ ทั้งในการใช้ชีวิตทั่วไป และการทำงาน เช่น โปรแกรมแชตบอต 24 ชั่วโมง เครื่องมือแปลภาษา Alexa และ Siri เป็นต้น ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้เข้าสู่โลกอนาคต และเอื้อให้นักการตลาดออนไลน์ คิดค้นกลยุทธ์การตลาดที่ไม่ซ้ำใครอีกด้วย

โดยหนึ่งในเครื่องมือ AI ที่ได้รับความนิยมที่สุดในปี 2024 คงจะหนีไม่พ้น “Google Gemini” โมเดลอัจฉริยะ ภายใต้การพัฒนาของ Google นับตั้งแต่ปี 2012 โดย Gemini เป็นโมเดล AI ที่สามารถเรียนรู้ และสร้างข้อความที่เหมือนกับมนุษย์ รวมถึงช่วยวางแผนกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ และสร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ ๆ ได้ภายในระยะสั้น

ในบทความนี้ คอมม่อน กราวด์ ขออาสาพานักการตลาดออนไลน์ และเจ้าของแบรนด์ไปทำความรู้จักกับโมเดลอัจฉริยะนี้ให้มากขึ้น พร้อมกับแชร์วิธีการใช้ Gemini เพื่อให้เจ้าของแบรนด์ นำไปคิดค้นกลยุทธ์ทางการตลาดให้น่าสนใจ และกระตุ้นยอดขายของแบรนด์ให้พุ่งขึ้นอยู่เสมอ จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง หากพร้อมแล้วเราไปดูกัน

google gemini

Google Gemini คืออะไร ?

Google Gemini หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Gemini คือ AI แชตบอตที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Google ด้วยระบบ Large Language Model (LLM) ซึ่งถูกฝึกฝนให้มีความรู้ จากการจัดเก็บข้อมูลหลายรูปแบบ เช่น 

  • ข้อความ 
  • รูปภาพ 
  • เสียง 
  • วิดีโอ 
  • และโค้ด 

ทำให้มีความสามารถในการสื่อสาร และสร้างข้อความเหมือนกับการตอบสนองโดยมนุษย์ ซึ่งในปัจจุบัน Gemini สามารถใช้งานได้ใน 150 ประเทศ และเขตแดน รองรับการใช้งานมากกว่า 40 ภาษาทั่วโลก รวมถึงภาษาไทยด้วยเช่นกัน

ทั้งยังผสานการทำงานเข้ากับ Google Workspace ได้อย่างลงตัว เปรียบเสมือนเป็นผู้ช่วยประจำตัวที่ช่วยให้การทำงานราบรื่น รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย Gemini สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 โมเดล เพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ แบบ Free, Google AI Plus, Google AI Pro และ Google AI Ultra

  • Free

Gemini Free คือ เวอร์ชันที่เปิดให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียเงิน ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึงโมเดลพื้นฐานอย่าง Gemini 2.5 Flash ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปได้ เช่น การพิมพ์งาน แปลภาษา เขียนข้อความ และสร้างภาพแบบง่าย ๆ แต่จะมีข้อจำกัดทั้งด้านความเร็ว ความสามารถ และจำนวนครั้งที่สามารถใช้งานต่อวัน ทำให้เหมาะกับคนที่ใช้ AI แบบไม่หนักมาก หรือใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป

  • Google AI Plus

Google AI Plus จะเพิ่มความสามารถมากขึ้น โดยให้เข้าถึงโมเดลที่ฉลาดกว่า เช่น 2.5 Pro ในบางส่วน และยังลดข้อจำกัดการใช้งานได้มากกว่าแผนฟรี อีกทั้งยังมักมาพร้อมพื้นที่เก็บข้อมูล Google One เพิ่มเติม เช่น 200 GB เพื่อให้ผู้ใช้จัดเก็บงาน ไฟล์ หรือข้อมูลอื่นได้สะดวกขึ้น จึงเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความคล่องตัวมากกว่าเดิม แต่ก็ยังไม่ได้ใช้ AI แบบหนักมาก

  • Google AI Pro

Google AI Pro เป็นโมเดลที่ให้สิทธิ์เข้าถึงได้เต็มรูปแบบของโมเดล Gemini 3 Pro ที่ฉลาดที่สุดของ Gemini รวมทั้งฟีเจอร์การสร้างสื่อ เช่น ภาพ และวิดีโอคุณภาพดีขึ้น พร้อมความสามารถด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอย่าง Deep Research และมีพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นเป็น 2 TB ทำให้มันเหมาะสำหรับคนที่ใช้ AI เป็นประจำทุกวัน

  • Google AI Ultra

Google AI Ultra เป็นโมเดลสูงสุด ซึ่งถูกออกแบบสำหรับระดับมืออาชีพ โดยสามารถคิด วิเคราะห์ และสร้างงานที่ซับซ้อนมากได้ รวมถึงความสามารถในการสร้างภาพ และวิดีโอระดับโปร นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ 30 TB ที่รองรับโปรเจกต์ขนาดใหญ่มากได้

Google Gemini ทำงานอย่างไร ต่างจาก AI ตัวอื่นยังไง ?

Gemini มีจุดเด่นอยู่ที่ “การประมวลผล” ที่เร็วกว่า AI ตัวอื่น รวมถึงความแม่นยำ ที่สามารถตอบคำถามได้อย่างถูกต้องราว 95% แม้จะเป็นคำถามเฉพาะด้าน อีกทั้งยังมีความเข้าใจในภาษาไทย และอีกหลากหลายภาษา  โดยสามารถโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติแบบเรียลไทม์

แนะนำ 4 จุดเด่นของการใช้ Gemini

ในปี 2026 เครื่องมือ AI มีให้เลือกใช้งานหลากหลายแพลตฟอร์ม แต่ที่ถูกพูดถึงอยู่ตลอดเวลามีไม่กี่อัน โดยหนึ่งชื่อนั้น คือ Gemini ซึ่งมีจุดเด่นในการใช้งาน ดังนี้

  • ความเข้าใจในภาษาไทย

Gemini มีความสามารถในการประมวลผลภาษาไทยได้ดี ทั้งการอ่าน วิเคราะห์ และเขียน ทำให้สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความ การแปลภาษา หรือการสรุปเนื้อหา โดยยังคงความเป็นธรรมชาติของภาษาได้ดี

  • ประมวลผลเร็ว

จุดเด่นถัดมา คือความเร็วในการประมวลผล ที่สามารถตอบคำถามหรือสร้างคอนเทนต์ได้ในเวลาอันสั้น ช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน เช่น งานคอนเทนต์ หรือการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น

  • รองรับการทำงานหลายรูปแบบ

Gemini สามารถรองรับข้อมูลได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือไฟล์ต่าง ๆ ช่วยให้การทำงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น การวิเคราะห์ภาพ การสรุปเอกสาร หรือการสร้างคอนเทนต์จากข้อมูลหลายประเภทในครั้งเดียว

  • ราคาในการอัปเกรดโมเดลถูก

Gemini มีตัวเลือกรแพ็กเกจราคาในการอัปเกรดโมเดลที่เข้าถึงได้ง่าย และมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับ AI แชตบอตตัวอื่น ๆ ที่ได้รับความนิยมในตลาด ทำให้สามารถเริ่มต้นใช้งานได้โดยไม่ต้องลงทุนสูง

เปรียบเทียบ Gemini Free vs Google AI Ultra

สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่า บริการของ Gemini ระหว่าง Gemini Free กับ Google AI Ultra แตกต่างกันอย่างไร วันนี้ Common Ground จะพามาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

Gemini Free

  • พร้อมใช้งานทันที สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่มีบัญชี Google (ฟรี)
  • เข้าถึงโมเดลพื้นฐานอย่าง Gemini Flash และการใช้งาน AI พื้นฐาน เช่น ตอบคำถาม สร้างข้อความ และจำกัดเครื่องมือบางอย่าง
  • อาจมีข้อจำกัดเรื่องปริมาณคำขอ หรือเครดิต และเวลาตอบช้าในช่วงที่มีคนใช้เยอะ
  • ไม่ได้รวมสิทธิ์พรีเมียม เช่น การสร้างวิดีโอคุณภาพสูงจากโมเดล Veo หรือการใช้งาน AI ขั้นสูงเต็มรูปแบบ
  • เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ที่ต้องการลองใช้ AI ในงานเบื้องต้น เช่น สร้างข้อความ สรุปเนื้อหา หรือไอเดียง่าย ๆ

Google AI Ultra 

Google AI Ultra คือ แพ็กเกจปลดล็อกสิทธิ์เข้าใช้งานสูงสุดของ Google Gemini ที่ให้สิทธิ์ใช้งาน AI ขั้นสูงอย่างเต็มที่ โดยจะเหมาะกับทั้งผู้ใช้ระดับนักวิจัย ทีมสร้างคอนเทนต์ และงานเชิงธุรกิจที่ต้องใช้ AI มากกว่าแค่พื้นฐาน โดย ฟีเจอร์หลักที่เหนือกว่า Gemini Free ได้แก่

  • การเข้าถึงโมเดล AI ที่ล้ำที่สุด รวมถึง Gemini 2.5 Ultra / Deep Think ซึ่งออกแบบมาเพื่อการทำงานเชิงลึก และการวิเคราะห์ที่ซับซ้อน
  • กำลังการประมวลผล และปริมาณคำขอสูงสุด ใช้จำนวนคำขอ และเครดิต AI ได้มากกว่าแผนฟรีหลายเท่า เหมาะกับงานใหญ่ หรือใช้งานต่อเนื่อง
  • การสร้างวิดีโอด้วย AI (Veo 3) สร้างคลิปวิดีโอด้วยปัญญาประดิษฐ์คุณภาพสูง
  • พื้นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น 30 TB สำหรับ Google Photos, Drive, และ Gmail ซึ่งมากกว่าแผนฟรีที่ใช้ได้แค่ 15 GB
  • ฟีเจอร์ระดับองค์กร และเครื่องมือทำงานขั้นสูง เช่น แพลน Agent ที่รันคำสั่งอัตโนมัติหลายงานพร้อมกัน และการวิจัยเชิงลึก
  • รับสิทธิพิเศษ และการเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร ตามที่ Google เปิดให้ผู้ใช้พรีเมียมทดลอง

เจาะลึกความต่าง Gemini vs ChatGPT ในมุมนักการตลาด

ปัจจุบันนี้ นักการตลาดเริ่มหันมาใช้ AI เป็นผู้ช่วยหลักมากขึ้น ทั้ง Gemini และ ChatGPT แต่ทั้งสองแพลตฟอร์มนี้มีจุดเด่น และแนวทางการใช้งานที่ต่างกันพอสมควร ดังนั้น เราจะพาคุณมาดูกันว่า ในมุมของนักการตลาด เครื่องมือไหนเหมาะกับงานแบบไหนมากกว่ากัน 

  1. ความสามารถในการสร้างคอนเทนต์

นักการตลาดใช้มัก ChatGPT เพื่อสร้างข้อความดึงดูด และโทนเสียงเฉพาะแบรนด์ ในขณะที่จะใช้ Gemini เพื่อค้นข้อมูลเชิงลึก หรือรองรับงานที่ต้องวิเคราะห์ข้อมูลประกอบ

  • ChatGPT: เด่นในการเขียนคอนเทนต์เชิงสร้างสรรค์ เพราะถูกออกแบบมาเพื่อการสื่อสารที่เป็นธรรมชาติ และมีสไตล์ที่ยืดหยุ่นสูงกว่า
  • Gemini: สามารถเขียนครีเอทีฟได้ดี แต่จะเด่นกว่าในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และงานที่ต้อง Reasoning หรือจัดรูปแบบข้อมูลเชิงโครงสร้างมากกว่า
  1. แหล่งข้อมูล และการอัปเดต

สำหรับนักการตลาด ที่อยากได้แผนการตลาดที่ต้องใช้ข้อมูลปัจจุบันที่สุด Gemini ก็อาจตอบโจทย์การทำงานได้ดีกว่า

  • Gemini: สามารถเข้าถึงข้อมูลเว็บไซต์แบบเรียลไทม์ ผ่านระบบค้นหาของ Google ทำให้สามารถดึงข้อมูลล่าสุดมาใช้งานได้ทันที ซึ่งมีประโยชน์สำหรับการทำ Research ตลาด หรือเรื่องที่ต้องอ้างอิงข้อมูลปัจจุบัน
  • ChatGPT: มีตัวเลือกให้เรียกข้อมูลจาก Bing Search แต่เวอร์ชันพื้นฐานมักอ้างอิง Dataset ที่ฝึกมาล่วงหน้า จึงอาจไม่สดเท่าการค้นเว็บแบบ Real-time ของ Gemini
  1. ความสามารถด้านการรวมหลายสื่อ

หากทำงานด้านแคมเปญ ที่เกี่ยวกับสื่อ Visual หรือ Multimedia การใช้ Gemini ก็จะมีความได้เปรียบมากกว่าเล็กน้อย

  • Gemini: ถูกออกแบบให้รองรับข้อมูลหลายรูปแบบ (Text, Image, Audio, Video) ทำให้ทำงานร่วมกับ Asset ต่าง ๆ ในแคมเปญได้คล่องกว่า
  • ChatGPT: รองรับทั้งภาพ และ Text แต่การสร้างวิดีโอยังต้องพึ่ง API หรือเครื่องมืออื่นอยู่

5 วิธีใช้ Google Gemini เพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์

หลังจากที่ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Gemini ในขั้นเบื้องต้นกันไปแล้ว สำหรับผู้ประกอบการ และนักการตลาดที่ต้องการใช้งาน Gemini เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการตลาดออนไลน์ ลองมาดู 5 วิธีการใช้งานให้ตอบโจทย์การปั้นแบรนด์ไปพร้อม ๆ กันได้เลย ดังนี้ 

  1. วางแผนการตลาดให้แม่นยำขึ้น

Gemini สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวางแผนการตลาด โดยช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น คิดกลยุทธ์ และสร้างไอเดียใหม่ ๆ

ตัวอย่าง Prompt: กำหนดบทบาท AI (อาชีพ) ช่วยวางแผนการตลาดออนไลน์สำหรับธุรกิจ (ประเภทสินค้า) กลุ่มเป้าหมายคือ (กลุ่มลูกค้า) พร้อมแนะนำช่องทางโปรโมตและไอเดียคอนเทนต์

  1. เขียนคอนเทนต์ SEO ดึงทราฟฟิกเข้าสู่เว็บไซต์

Gemini ช่วยเขียนบทความ SEO แคปชันโซเชียลมีเดีย หรือคำโฆษณาได้ โดยสามารถปรับโทนภาษาให้ตรงกับแบรนด์ 

ตัวอย่าง Prompt: กำหนดบทบาท AI (อาชีพ) ช่วยเขียนบทความ SEO หัวข้อ (ชื่อบทความ) ความยาว 1,200 คำ ใช้ระดับภาษาทางการ เพื่อให้กลุ่มผู้อ่าน (กลุ่มเป้าหมาย) พร้อมใส่คีย์เวิร์ด (คีย์เวิร์ด) 

  1. ช่วยเขียนโค้ดในระดับเบื้องต้น

สำหรับธุรกิจที่มีเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ Gemini สามารถช่วยเขียนโค้ดเบื้องต้น เช่น HTML, CSS หรือ Script ง่าย ๆ เพื่อปรับปรุงหน้าเว็บ หรือเพิ่มฟีเจอร์เล็ก ๆ ได้

ตัวอย่าง Prompt: กำหนดบทบาท AI (อาชีพ) ช่วยเขียนโค้ด HTML สำหรับหน้า Landing Page ขาย (สินค้า) ต้องการโค้ดที่เป็นมิตรต่อ SEO พร้อมคำอธิบายการใช้งาน

  1. ช่วยสรุปและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการตัดสินใจ

Gemini สามารถช่วยสรุปข้อมูลจำนวนมาก และวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นได้ เช่น รายงานยอดขาย หรือ Feedback จากลูกค้า

ตัวอย่าง Prompt: กำหนดบทบาท AI (อาชีพ) ช่วยสรุปข้อมูลยอดขายรายเดือนนี้ โดยวิเคราะห์ว่าช่วงไหนขายดีที่สุด และควรปรับกลยุทธ์อย่างไร พร้อมสร้างรูปแบบสรุป (แผนภูมิ หรือตาราง)

  1. สร้างไอเดียแคมเปญโฆษณาให้โดนใจลูกค้า

เมื่อคิดกลยุทธ์ หรือแนวทางการทำการตลาดไม่ออก Gemini สามารถช่วยคิดไอเดียใหม่ ๆ ทั้งชื่อแคมเปญ คอนเซปต์ และแนวทางการสื่อสารให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

ตัวอย่าง Prompt: กำหนดบทบาท AI (อาชีพ) ช่วยคิดไอเดียแคมเปญโปรโมตสินค้า (ชื่อสินค้า) สำหรับกลุ่ม (กลุ่มเป้าหมาย) พร้อมชื่อแคมเปญ และแนวทางคอนเทนต์

Gemini ใช้ทำอะไรได้บ้าง (ภาพ เสียง โค้ด ข้อความ)

ผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Gemini สามารถช่วยคุณอัปเกรดความคิดสร้างสรรค์ และทำโปรเจกต์ที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นได้ ด้วยฟีเจอร์หลายอย่างอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

  • ฟีเจอร์สร้างวิดีโอคุณภาพสูงด้วยโมเดลการสร้างวิดีโอ Veo 
  • ฟีเจอร์ NotebookLM ช่วยสกัดข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญ
  • ฟีเจอร์ช่วยเขียน วิเคราะห์ สรุป และจัดระเบียบงานต่าง ๆ
  • ฟีเจอร์ Deep Research วิเคราะห์แหล่งที่มานับร้อยๆ ได้ในแบบเรียลไทม์ ช่วยให้คุณใช้เวลาหาข้อมูลน้อยลง และมีเวลาลงมือทำมากขึ้น
  • ฟีเจอร์เขียนโค้ด ที่จะช่วยพัฒนาโค้ดบล็อก
  • ฟีเจอร์สร้างรูปภาพด้วย Nano Banana Pro

การสร้างรูปภาพด้วย AI (Visual AI)

การสร้างรูปภาพด้วย AI จาก Gemini จะใช้ชื่อฟีเจอร์ว่า “Nano Banana” เป็นเครื่องมือ AI สร้างภาพ และแก้ไข เพียงใส่ Prompt หรือคำสั่งที่ต้องการ ก็จะได้รูปที่ต้องการออกมาได้ในไม่กี่นาที โดยสามารถใช้งานได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอน ดังนี้

  1. เข้าสู่เว็บไซต์ Gemini https://gemini.google.com/
  2. ทำการล็อกอิน เพื่อเริ่มต้นการใช้งาน
  3. เปลี่ยนเลือกหัวข้อ Tools แล้วเลือก “Create images”
  4. หลังจากนั้นก็กรองคำสั่ง เพื่อสร้างรูปภาพที่ต้องการ หรือแก้ไข เพื่อให้ Gemini สร้างรูป

แจก Prompt สั่งงาน AI ! ให้ Gemini สร้างงานสุดปังได้แบบใจนึก

สำหรับใครหลายคนที่เจอปัญหาสั่งงาน AI ไปแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับยังไม่ถูกใจ ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่ตัว AI แต่เป็นเพราะเรายังไม่รู้เทคนิคการเขียน Prompt AI ที่ถูกต้องต่างหาก ดังนั้น เพื่อให้คุณสร้างสรรค์ผลงานที่ “ตรงใจ” และ “สุดปัง” ได้ในทุกสถานการณ์ เราจึงมีเคล็ดลับการเขียน Prompt สำหรับสั่งงาน AI มาแนะนำ ดังนี้

1. กำหนดบทบาทให้ AI

การกำหนดบทบาทให้กับ Gemini จะช่วยให้การตอบกลับมีน้ำเสียง โทน และสไตล์ที่เราต้องการ เช่น “คุณคือที่ปรึกษาการตลาดมืออาชีพ” หรือ “คุณเป็นครีเอทีฟนักโฆษณา”

2. บอกวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

เคล็ดลับต่อมา คือการบอกว่าอยากได้อะไรให้ชัดเจน เช่น “ช่วยเขียนโพสต์ขายสินค้าโทนเป็นกันเอง” หรือ “สรุปเนื้อหาให้อ่านง่ายใน 5 Bullets” เป็นต้น

3. ใส่เงื่อนไข หรือรูปแบบที่ต้องการ

เช่น ความยาว, ภาษา, โทนเสียง, หรือกลุ่มเป้าหมาย โดยคุณเขียนยิ่งละเอียดมากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งใกล้เคียงกับสิ่งที่คิดไว้มากขึ้น

google gemini

เทคนิคการใช้ Gemini AI ให้เข้ากับองค์กร

อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่า Google Gemini สามารถทำงานร่วมกับ Google Workspace ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การทำงานระหว่างองค์กร และโมเดล AI เป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องทำงานแข่งกับเวลา 

ทั้งยังต้องคิดค้นกลยุทธ์ใหม่ ๆ ให้โดดเด่น และมัดใจกลุ่มลูกค้าอยู่เสมอ คอมม่อน กราวด์ จึงรวบรวมเทคนิคการใช้ Gemini ให้เหมาะสมกับทีมต่าง ๆ ในองค์กร ดังนี้

ทีมการตลาด

นักการตลาดออนไลน์ (Digital Marketer) คือ ผู้ทำหน้าที่สื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย และกำหนดว่าการสื่อสารแต่ละครั้งมีเป้าหมายอย่างไรบ้าง ตลอดจนวิเคราะห์ว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ 

ซึ่งการใช้เครื่องมือ Google Gemini ร่วมกับการทำงานของนักการตลาด จะช่วยจัดการงานด้านการตลาดออนไลน์ที่หลากหลาย รวมถึงวิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย และประสิทธิภาพของแคมเปญ เพื่อให้การสร้างแคมเปญโฆษณามีประสิทธิภาพ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น 

การทำธุรกิจจะไม่เครียดอีกต่อไป หากเลือกใช้บริการเอเจนซี่ที่ปรึกษาการตลาด จาก Common Ground

ทีมวิเคราะห์ข้อมูล

ในส่วนของทีมวิเคราะห์ข้อมูล (Business Analyst) ก็สามารถนำ Gemini ไปวิเคราะห์ข้อมูล และคาดการณ์ถึงแนวโน้มต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยฟีเจอร์การค้นหาข้อมูลของ Gemini จะทำงานผ่าน Gemini.google.com มั่นใจได้เลยว่าข้อมูลที่ได้รับ มีการอัปเดตใหม่อยู่ตลอดเวลา ทั้งยังมีความถูกต้อง แม่นยำ และน่าเชื่อถืออย่างแน่นอน

ทีมคอนเทนต์

ในปัจจุบันกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ทำให้การคิดคอนเทนต์ในแต่ละครั้ง ต้องทำงานแข่งกับเวลา ดังนั้น ทีมคอนเทนต์ควรครีเอตผลงาน และลงแคมเปญใหม่ ๆ ให้ทันก่อนที่กระแสไวรัลจะหายไป

รอบรู้เรื่อง Generative AI และ Gemini

1. Generative AI คืออะไร?

Generative AI คือ ปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสร้างสิ่งใหม่ๆ ได้เอง เช่น ข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอ หรือโค้ด โดยเรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมากที่เคยถูกป้อนให้ AI

2. Generative AI มีอะไรบ้าง?

Generative AI มีหลายรูปแบบ เช่น:

  • Text Generation: สร้างข้อความ บทความ หรือแชตตอบกลับ
  • Image Generation: สร้าง หรือแก้ไขรูปภาพ
  • Music & Audio Generation: แต่งเพลง หรือสร้างเสียงพูดเสมือนจริง
  • Video Generation: สร้างวิดีโอจากข้อความ หรือภาพนิ่ง
  • Code Generation: เขียน หรือแนะนำโค้ดโปรแกรมต่างๆ

3. Prompt AI คืออะไร?

Prompt AI คือ ข้อความ คำสั่ง หรือคำถามที่เราใช้ป้อนให้ AI เพื่อกำหนดทิศทางการทำงาน เช่น คำสั่งให้เขียนบทความ สร้างภาพ ถามข้อสอบ หรือสรุปข้อมูลตามที่ต้องการ

4. Gemini AI ต่างจาก ChatGPT ยังไง?

ทั้งคู่เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่เหมือนกัน แต่ Gemini พัฒนาโดย Google ส่วน ChatGPT พัฒนาโดย OpenAI จุดต่างหลักจึงอยู่ที่ฐานข้อมูลที่ใช้ฝึก ความสามารถเฉพาะด้าน และการเชื่อมต่อกับระบบ Ecosystem ของแต่ละบริษัท

5. Gemini Advanced คืออะไร?

Gemini Advanced คือ แพ็กเกจรุ่นพรีเมียมของ Gemini ที่ใช้โมเดลระดับสูงกว่า ทำงานได้แม่นยำกว่า รองรับงานที่ซับซ้อนได้ดี เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก การเขียนโค้ดขั้นสูง หรือการทำโปรเจกต์ขนาดใหญ่

6. Gemini ใช้ฟรีไหม / มีเวอร์ชันไหนบ้าง?

Gemini มีทั้งเวอร์ชันฟรีสำหรับใช้งานทั่วไป และเวอร์ชันเสียเงินอย่าง Gemini Advanced ซึ่งให้ความสามารถที่ครบถ้วนกว่า เช่น หน่วยความจำที่ยาวขึ้น และประสิทธิภาพการประมวลผลที่สูงกว่า

7. Gemini ใช้เขียนคอนเทนต์ได้มั้ย?

ใช้เขียนได้ครอบคลุม ทั้งบทความ โพสต์โซเชียล หรือสรุปข้อมูล แต่อาจมีสไตล์การเขียนและความแม่นยำในบางบริบทที่แตกต่างจากโมเดลตัวอื่นเล็กน้อยตามจุดเด่นของอัลกอริทึม

8. Gemini เขียนคอนเทนต์ภาษาไทยเก่งไหม?

Gemini สร้างคอนเทนต์ภาษาไทยได้ดีและเข้าใจบริบทได้แม่นยำ โดยเฉพาะเมื่อระบุกรอบงานชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในงานที่ต้องใช้ความสร้างสรรค์สูงหรือการดึงอารมณ์ผู้อ่าน (Creative Copy) บางคนอาจมองว่า ChatGPT ยังทำได้ลื่นไหลกว่าเล็กน้อยในบางสถานการณ์

ด้วยเหตุนี้ Gemini จึงเข้ามาช่วยในการเขียนคอนเทนต์ให้ทันเวลา และโดนใจกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่เห็นแคมเปญนั้น ๆ เป็นครั้งแรก นอกเหนือจากการเขียนคอนเทนต์แล้ว Gemini ก็สามารถเขียนสคริปต์ สำหรับถ่ายแคมเปญโฆษณาได้อย่างสร้างสรรค์ ทั้งยังช่วยคิด Ads Copy ที่ดึงดูดใจกลุ่มลูกค้าได้อีกด้วย

ก็จบกันไปแล้ว สำหรับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Google Gemini และวิธีการใช้ Gemini ให้ยกระดับแบรนด์ของคุณให้โดดเด่น เหนือคู่แข่งทุกรายในท้องตลาด โดยจะเห็นได้ว่าการใช้ AI เข้ามาช่วยวางกลยุทธ์ทางการตลอด ย่อมช่วยให้คุณได้มองเห็นแนวคิด ในการทำการตลาดออนไลน์รูปแบบใหม่ ๆ เพื่อสร้างคอนเทนต์ให้โดนใจลูกค้าอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม ควรใช้ข้อมูลจาก Generative AI เป็นสารตั้งต้นในการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการนำข้อมูลที่คิดค้นโดย AI ไปใช้โดยตรง แต่ควรนำข้อมูลที่ได้ไปปรับใช้ให้เข้ากับแบรนด์ และผสมผสานกับความครีเอทีฟ เพื่อปั้นแบรนด์ของคุณให้มีเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น

สำหรับเจ้าของธุรกิจ หรือใครที่ยังไม่มั่นใจในการทำการตลาดออนไลน์ คอมม่อน กราวด์ เอเจนซี ที่ปรึกษาการตลาดยินดีให้บริการ เพราะเราเป็นเอเจนซีที่มีประสบการณ์ทำการตลาดออนไลน์ทุกรูปแบบ หากสนใจติดต่อได้ที่

Tel: 081-426-6695
Email: Enjoy@iamcommonground.com
Facebook Page: Common Ground
TikTok: @commonground_agency
Instagram: @commonground_agency

Common Ground Digital Marketing Agency รับทำการตลาดออนไลน์
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.