BlogContent MarketingMarketingแนวโน้มสื่อโฆษณาไทย ต้องปรับตัวอย่างไรให้ทันผู้บริโภคยุคใหม่

แนวโน้มสื่อโฆษณาไทย ต้องปรับตัวอย่างไรให้ทันผู้บริโภคยุคใหม่

สื่อโฆษณา

ในยุคดิจิทัลนี้ ผู้บริโภคไทยมีทางเลือกในการเข้าถึงข้อมูล และสื่อความบันเทิงมากขึ้น ทำให้พฤติกรรมการบริโภคสื่อเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เจ้าของธุรกิจ และนักการตลาด จึงต้องเข้าใจแนวโน้มของสื่อโฆษณาไทย และปรับกลยุทธ์ให้ทันผู้บริโภคยุคใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น

ในบทความนี้ Common Ground จะพาไปสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค ในช่องทางสื่อยอดนิยม ทั้งทีวี สตรีมมิง และโซเชียลมีเดีย รวมถึงพฤติกรรมเฉพาะกลุ่ม เช่น คนรุ่นใหม่ และผู้ชมในกรุงเทพฯ พร้อมแนวทางการปรับตัวของธุรกิจ และโอกาสในอุตสาหกรรมสื่อไทย ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

พฤติกรรมผู้บริโภคไทยในยุคดิจิทัล เป็นอย่างไร

ในยุคที่ผู้บริโภคไทยเข้าถึงสื่อได้หลากหลายมากขึ้น พฤติกรรมการเสพสื่อก็เปลี่ยนไปมากขึ้น ทั้งการเลือกคอนเทนต์ Creative Marketing ที่ตรงกับความสนใจ การใช้หลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน และการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ราบรื่น ซึ่งการเข้าใจแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับแบรนด์ และผู้ผลิตคอนเทนต์ที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และต่อไปนี้ คือข้อมูลสรุป พฤติกรรมผู้บริโภคไทยในยุคดิจิทัล โดยอิงจากรายงาน Thailand Media Landscape 2024‑2025 โดย DataXet

สื่อโฆษณา

1. เสพสื่อหลากหลาย และมีความต้องการเฉพาะกลุ่ม

เมื่อก่อนคนดูทีวีช่องหลัก ๆ เหมือนกันทั้งประเทศ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วเพราะผู้บริโภคมีตัวเลือกเยอะมากขึ้น เช่น YouTube, TikTok, Facebook, Netflix หรือพอดแคสต์ และเมื่อตัวเลือกเยอะ คนไทยจึงเริ่มเลือกคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง (Niche Content) เช่น

  • คนชอบท่องเที่ยวก็ดูครีเอเตอร์เที่ยว
  • คนชอบลงทุนก็ดูช่องการเงิน
  • คนรักทำอาหารก็ดูช่องสอนเมนู
  • คนชอบฟังข่าวก็ดูช่องข่าวเชิงลึก

นั่นทำให้ “ครีเอเตอร์เฉพาะกลุ่ม” หรือ Niche Influencer ดังและเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะคนดูรู้สึกว่าตรงใจ ตอบโจทย์ และเข้าใจเขาจริง ๆ อินฟลูเอนเซอร์เฉพาะกลุ่มจึงมีอิทธิพลสูง เพราะเข้าถึงผู้ชมที่สื่อดั้งเดิมไม่สามารถเข้าถึงได้

คำแนะนำ ผู้ชมหันมาเสพคอนเทนต์ตามความสนใจ แบรนด์ควรทำคอนเทนต์ “เฉพาะเจาะจง” มากกว่า “หว่านกว้าง ๆ แบบเดิม”

สื่อโฆษณา

2. ทีวียังอยู่ แต่คนดูเยอะขึ้นทางออนไลน์

คนไทยในปัจจุบัน แน่นอนว่ายังนิยมดูทีวีกันอยู่ เพียงแต่ “ช่องทางที่ดู” เปลี่ยนไป 

  • ทีวีเข้าถึงผู้บริโภคไทย 87% และ Live TV ยังได้รับความนิยม 71%
  • การรับชมวิดีโอออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิง เพิ่มขึ้นเป็น 67%

เนื่องจาก ในสมัยก่อน เราจะดูผ่านทีวีเครื่องเดียว แต่ในยุคนี้เราสามารถดูผ่านมือถือ แอปทีวีออนไลน์ และสตรีมมิงแล้ว ดังนั้น แม้ทีวีจะไม่หายไป แต่เม็ดเงินโฆษณาก็เริ่มไหลไปทางออนไลน์มากขึ้น เพราะผู้ชมย้ายไปอยู่ที่มือถือ

คำแนะนำ แบรนด์ต้องปรับกลยุทธ์เพื่อเข้าถึงผู้ชมทั้งทีวี และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้บริโภค

นอกจากนี้ จากสถิติพบว่า ผู้บริโภคไทยส่วนหนึ่งพร้อมจ่ายเพื่อคอนเทนต์คุณภาพบน SVOD (48%) แต่ยังนิยม AVOD (64%) เพื่อเข้าถึงฟรี (อมรินทร์ทีวีออนไลน์, 2567

ถ้าให้อธิบายง่าย ๆ ผู้บริโภคไทยเวลาดูคอนเทนต์ออนไลน์ จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ พร้อมจ่ายเพื่อดูแบบพรีเมียม/เสียค่าสมาชิก (SVOD) กับชอบดูฟรีแบบมีโฆษณา (AVOD) ถ้าคอนเทนต์ดี มีคุณภาพ และให้ประสบการณ์ที่คุ้มค่า คนไทยจำนวนไม่น้อยก็พร้อมจ่ายค่าสมาชิก แม้คนส่วนใหญ่จะยังเลือกดูแบบฟรี เพราะสะดวก ไม่ต้องเสียเงิน และยอมรับได้แม้มีโฆษณาคั่น 

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แบรนด์และครีเอเตอร์ควรทำคอนเทนต์คุณภาพให้ “คุ้มค่าที่จะจ่าย” ถ้าคิดจะขายแพ็กเกจ หรือถ้าอยู่ในฝั่ง AVOD ก็ควรทำคอนเทนต์ที่ “ดูเพลินแม้มีโฆษณา”

สื่อโฆษณา

3. กระแสสตรีมมิง และคอนเทนต์ออนไลน์โตขึ้นมาก

เนื่องจาก อินเทอร์เน็ตที่เข้าถึงคนไทยกว่า 91% ทำให้สตรีมมิง และคอนเทนต์ออนไลน์เติบโตแบบก้าวกระโดด แพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Netflix, Disney+, Prime Video, VIU หรือ iQIYI ต่างก็เข้ามาแข่งขันในตลาดไทยกันอย่างเข้มข้น ทั้งแบบสมัครสมาชิก (SVOD) และแบบดูฟรีมีโฆษณา (AVOD) ทำให้ผู้ชมมีตัวเลือกมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

ผลที่เกิดขึ้นคือ

  • คนไทยมีคอนเทนต์คุณภาพระดับสากลให้เลือกชมเยอะกว่าเดิม
  • ผู้ผลิตคอนเทนต์ไทย มีโอกาสนำผลงานไปฉายบนแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ ทั่วโลก
  • พฤติกรรมการดูสื่อเปลี่ยนจากทีวี ไปสู่แพลตฟอร์มสตรีมมิงเป็นหลัก

เมื่อการแข่งขันสูง แพลตฟอร์มก็ต้องปรับราคา เพิ่มแพ็กเกจ และพัฒนาประสบการณ์ใช้งานให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกัน คอนเทนต์เองก็ต้องมีคุณภาพ และตอบโจทย์กลุ่มผู้ชมจริง ๆ ไม่อย่างนั้นก็ยากที่จะแย่งเวลา และความสนใจจากผู้บริโภคในยุคที่ตัวเลือกมีมากมายอย่างนี้

ทั้งนี้ หากอยากให้แคมเปญโฆษณาของคุณ โดดเด่นในปี 2026 นี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญ Creative Marketing ซึ่งเป็นที่ปรึกษาการตลาดรับทำคอนเทนต์ของ Common Ground Agency พร้อมช่วยคุณวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เลือกสื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด และออกแบบกลยุทธ์ให้วัดผลได้จริง !

สื่อโฆษณา

4. อินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากขึ้น

อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์เริ่มมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของคนไทยมากขึ้น เพราะผู้บริโภครู้สึกว่าอินฟลูเอนเซอร์ หรือครีเอเตอร์นั้น เหมือนคนธรรมดาที่เราพบเจอในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่คนดัง หรือแบรนด์ใหญ่ตรง ๆ ทำให้คำแนะนำ หรือรีวิวของพวกเขาดูน่าเชื่อถือ และเข้าถึงง่ายกว่า

อินฟลูเอนเซอร์หลายคน มีแฟนคลับที่ติดตาม และเชื่อใจจริง ๆ ทำให้เวลาพวกเขาแนะนำสินค้าอะไร ผลตอบรับก็มักดีกว่าโฆษณาบนป้าย หรือแบนเนอร์ ดังนั้น สำหรับแบรนด์ การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ หรือครีเอเตอร์ที่เหมาะกับกลุ่มสินค้าจึงสำคัญมาก เพราะจะส่งผลต่อยอดขายได้โดยตรง

นอกจากนี้ อินฟลูเอนเซอร์เฉพาะกลุ่ม (Niche Creator) ยังเป็นช่องทางใหม่ที่สำคัญ เพราะพวกเขาสร้างคอนเทนต์ที่มีความลึก มีตัวตนชัดเจน และตอบโจทย์ผู้ชมเฉพาะกลุ่มได้ ทำให้เกิด Community-based Engagement หรือ ผู้ติดตามมีความภักดี และมีส่วนร่วมสูงกว่าสื่อแบบดั้งเดิม

สื่อโฆษณา

5. พอดแคสต์ และคอนเทนต์เสียงโตขึ้นเรื่อย ๆ

สื่อเสียงอย่าง พอดแคสต์ ได้รับความนิยมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะสามารถฟังได้ที่ที่ และทุกเวลา ไม่ว่าจะขณะขับรถ ล้างจาน ทำงาน หรือออกกำลังกาย และที่สำคัญคือ ไม่ต้องจ้องจอ อีกทั้งเนื้อหาในพอดแคสต์ก็มีทุกแบบ เช่น พัฒนาตัวเอง เรื่องธุรกิจ เรื่องเล่า ความรู้เฉพาะทางดังนั้น สื่อเสียงจึงกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เติบโตเร็ว และควรใช้ในแผนการตลาด

สื่อโฆษณา

6. AI เริ่มเข้ามาในงานสื่อ และการตลาด

AI (Artificial Intelligence) เริ่มเข้ามามีบทบาทในงานสื่อ และการตลาดมากขึ้น เพราะช่วยทำให้หลาย ๆ งานที่เคยใช้เวลานาน ทำได้เร็ว และแม่นยำมากขึ้น ตัวอย่างเช่น

  • ผลิตคอนเทนต์เร็วขึ้น เช่น เขียนพาดหัวข่าว ทำบทความ หรือสรุปข้อมูลจากหลายแหล่ง
  • วิเคราะห์ข้อมูลผู้ชมได้อย่างละเอียด เข้าใจว่าใครชอบดูคอนเทนต์แบบไหน เวลาไหน พฤติกรรมการซื้อสินค้า หรือความสนใจเฉพาะกลุ่ม
  • ทำงานตัดต่อวิดีโอ หรือทำกราฟิกเบื้องต้นได้

ทั้งนี้ ก็อย่าพึ่งพา AI เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ และการตัดสินใจของมนุษย์ร่วมด้วย สรุปง่าย ๆ คือ หากแบรนด์ใช้ AI อย่างชาญฉลาดจะได้เปรียบ สามารถสร้างคอนเทนต์คุณภาพ และเข้าใจผู้บริโภคได้ดีกว่าคู่แข่ง

อ่านเพิ่มเติม: ทำความรู้จัก 7 ประเภทของสื่อโฆษณา มีอะไรบ้าง ? 

สรุป Insight สำคัญ รับมือผู้บริโภคยุคใหม่ในปี 2026

  • ผู้ชมเสพสื่อหลากหลายช่องทาง และหันมาเสพคอนเทนต์เฉพาะกลุ่มกันมากขึ้น
  • Live TV ยังคงเป็นนิยม แต่คนดูสตรีมมิงเพิ่มขึ้น 
  • ผู้บริโภคชอบดูฟรีแบบไม่มีโฆษณาคั่น แต่ก็พร้อมจ่ายหากคอนเทนต์ “คุ้มค่า”
  • สตรีมมิงแพลตฟอร์มใหญ่โตแรง มีการแข่งขันสูง ดังนั้น คอนเทนต์ต้องดี และตอบโจทย์
  • อินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพล เพราะคนดูมองมาเชื่อถือได้ และสร้างความผูกพันได้สูง
  • สื่อเสียง หรือพอดแคสต์มีการเติบโตเร็ว เหมาะจะใส่ในแผนการตลาด
  • ใช้ AI ช่วยทำงานได้ แต่ต้องใช้ร่วมกับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เข้าใจผู้บริโภค และสร้างคอนเทนต์คุณภาพได้มีประสิทธิภาพขึ้น

อยากอัปเดตกลยุทธ์สื่อโฆษณาให้ทันเทรนด์ 2026 ใช่ไหม ? ทีมวางแผน Creative Marketing ของ Common Ground Agency พร้อมช่วยคุณวิเคราะห์ และเลือกสื่อที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้จริง ทั้งทีวี ดิจิทัล สตรีมมิง หรือหาอินฟลูเอนเซอร์เฉพาะกลุ่ม เราจะช่วยออกแบบแผนสื่อผสม (Media Mix) ที่เหมาะสมกับแบรนด์ของคุณ และวัดผลได้จริง ครบทั้ง Awareness และ ROI โดยที่ปรึกษาการตลาดมืออาชีพด้านการรับทำคอนเทนต์ เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์ของงบโฆษณาคุ้มค่า พร้อมก้าวนำคู่แข่งในยุคดิจิทัลนี้

สนใจสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อหาเราได้ที่

Tel: 081-426-6695

Email: Enjoy@iamcommonground.com

Facebook Page: Common Ground

TikTok: @commonground_agency

Instagram: @commonground_agency

Common Ground Digital Marketing Agency รับทำการตลาดออนไลน์
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.