อัปเดต Trends Marketing ปี 2025 สร้างยอดขายให้ธุรกิจออนไลน์

การปั้นแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และฮิตติดตลาดในทุกไตรมาส เจ้าของแบรนด์จำเป็นต้องคิดค้นกลยุทธ์ทางการตลาด มาสู้กับธุรกิจคู่แข่ง เพื่อให้ธุรกิจของคุณโดดเด่น และเหนือคู่แข่งอยู่เสมอ ทั้งยังสามารถครองใจกลุ่มลูกค้า ไม่ว่าจะรีสต๊อกสินค้าเก่า หรือออกผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่ออกมาก็ตาม
โดยหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยให้แบรนด์ของคุณ พร้อมผลิตคอนเทนต์ที่ตามทันเทรนด์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ คือ การศึกษาเทรนด์การตลาดออนไลน์ในแต่ละปี เพราะการติดตามเทรนด์ใหม่ เปรียบเสมือนการทำความเข้าใจลูกค้าในภาพรวม และนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ในทันที โดยไม่ต้องรอให้คู่แข่งลงมือทำก่อน
ดังนั้น ในบทความนี้ Common Ground ได้ทำการสรุป 10 เทรนด์การตลาดออนไลน์ที่สำคัญประจำปี 2025 โดยมีทั้งเทรนด์ที่ยังได้รับความนิยมต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว และเทรนด์การตลาดใหม่ ซึ่งจะเข้ามาช่วยผลักดันให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ และสร้างการจดจำให้กับลูกค้าได้ง่าย จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง เราไปดูกัน
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
เจาะลึก 4 แพลตฟอร์มออนไลน์ยอดฮิต ตอบโจทย์เจ้าของแบรนด์หน้าใหม่

เพราะเทรนด์ไวรัลต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เจ้าของธุรกิจที่อยากประสบความสำเร็จ และต้องการเป็นเบอร์หนึ่งเหนือคู่แข่ง ต้องไม่พลาดที่จะอัปเดตแพลตฟอร์มขายสินค้ายอดนิยม เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้า และเพิ่มโอกาสให้กลุ่มเป้าหมาย มองเห็นสินค้าของแบรนด์ได้ง่ายขึ้น โดยแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์การขายสินค้า มีอยู่ด้วยกัน 4 แพลตฟอร์มหลัก ๆ ดังนี้
- Shopee
Shopee ถือเป็นแฟลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง และมีการใช้งานมากที่สุดในประเทศไทย เพราะแพลตฟอร์มมีให้ใช้งานทั้งในรูปแบบของเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน รวมถึงมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ทำให้คนส่วนใหญ่ จึงนิยมหันมาช็อปปิงออนไลน์ผ่านทาง Shopee มากกว่าแพลตฟอร์มอื่น ๆ
ในส่วนทางแบรนด์เอง ก็สามารถเข้าไปลงขายสินค้าได้ง่าย และเอื้อต่อการทำแคมเปญใหญ่ในแต่ละเดือนอีกด้วย ทั้งยังมีฟังก์ชัน Shopee Live และโค้ดส่วนลดสำหรับ Shopee Video ที่พร้อมรองรับเทรนด์ใหม่ ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ซึ่งมักจะชอบกดซื้อสินค้าผ่านไลฟ์สด มากกว่าการไถฟีดดูเรื่อย ๆ จนเจอสินค้าที่ถูกใจ
- Lazada
Lazada เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่มีรูปแบบ และลักษณะการใช้งานคล้ายกับ Shopee แต่จุดเด่นของ Lazada จะอยู่ตรงที่ระบบกดรับ Lazcoins และมีโค้ดส่วนลดให้เลือกมากมาย รวมถึงมีส่วนลดสำหรับการชำระเงินในรูปแบบต่าง ๆ ตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าอย่างยิ่ง
- TikTok Shop
หนึ่งในแพลตฟอร์มมาแรงในปีที่แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ คงจะหนีไม่พ้น TikTok Shop โดยเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่พัฒนาขึ้นจากแอปพลิเคชัน TikTok ทำให้เจ้าของแบรนด์สามารถผลิตคอนเทนต์ Short Clip หรือไลฟ์ขายสินค้าในช่วงแคมเปญใหญ่ ควบคู่กับการติดตะกร้าสินค้า เพื่อให้ลูกค้ากดสั่งสินค้าได้ในทันที
สำหรับ Instagram ยังคงเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการโปรโมตสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นแอปพลิเคชันที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก โดยความโดดเด่นของการขายสินค้าผ่าน Instagram คือ การลงคอนเทนต์ที่เป็นรูปภาพ และวิดีโอ ทำให้ลูกค้ามีเวลาสอดส่องสินค้าของแบรนด์ และตัดสินใจซื้อในที่สุด
อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของแบรนด์ยังไม่แน่ใจว่า ควรทำคอนเทนต์อย่างไรให้โดนใจลูกค้า และสอดคล้องกับการโพสต์ลงแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่าลืมนึกถึง Common Ground Agency เพราะเรามีที่ปรึกษาการตลาดมากประสบการณ์ พร้อมทำการตลาดออนไลน์ ให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักในทุกแพลตฟอร์ม
10 เทรนด์การตลาดออนไลน์ ประจำปี 2025 ที่แบรนด์ไม่ควรพลาด

เมื่อแบรนด์หน้าใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา และลูกค้ามีตัวเลือกในการตัดสินใจเพิ่มขึ้น เทรนด์การตลาดจึงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และมีความท้าทายเพิ่มขึ้นมากเรื่อย ๆ ทำให้นักการตลาด และเจ้าของแบรนด์ไม่สามารถใช้วิธีการเดิม ๆ ที่เคยใช้มาได้ตลอด
ด้วยเหตุนี้ การอัปเดตเทรนด์การตลาดใหม่ ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อวางแผนกลยุทธ์การตลาด ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา โดยทาง Common Ground ได้รวบรวม Trends Marketing ประจำปี 2025 มาไว้ให้แล้ว ดังนี้
- เจาะลึกเกี่ยวกับ Customer Insight
Generation กับการตลาดเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ขาด เพราะคนแต่ละยุค แต่ละช่วงวัย ล้วนมีพฤติกรรมการซื้อของที่แตกต่างกันออกไป ทำให้นักการตลาดต้องทำความเข้าใจความคิด และพฤติกรรมของคนแต่ละเจนให้ดี เพื่อผลิตสินค้า และสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด
- ต้องเข้าใจ Culture 3.0
หนึ่งในสิ่งที่มีผลกับการทำแบรนด์ คือ Culture 3.0 ที่จะเน้นการผลิตสินค้าที่เข้าถึง Cultural-Driven Brand หรือคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เพราะกลุ่มคนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับแบรนด์ได้มหาศาล
ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์เครื่องสำอางแบรนด์หนึ่ง ที่ทางแบรนด์ยังไม่มี Cultural Conversation กับลูกค้า และเน้นขายสินค้าโดยตรง มากกว่าการใช้พรีเซนเตอร์ แต่เมื่อทางแบรนด์ได้มีการคอลแลบกับการ์ตูน หรือศิลปินนักร้อง ก็จะช่วยให้กลุ่มแฟนคลับตั้งตารอ และพร้อมอุดหนุนสินค้าในทันที
- ทำการตลาดออนไลน์ด้วยโมเดล 5P
นอกเหนือการทำการตลาดด้วยโมเดล Culture 3.0 แล้ว อีกสิ่งที่ธุรกิจควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือ Brand Equity หรือการสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ โดยในปัจจุบันจะเน้นใช้หลักการ 5P Marketing ซึ่งเกิดจากการต่อยอดจากการตลาดแบบ 4P Marketing ประกอบด้วย
- Product: เริ่มจากการคิดว่า สินค้าของเรามีไว้เพื่ออะไร มีประโยชน์อย่างไร และทำไมลูกค้าต้องซื้อจากเรา เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าแบรนด์มีจุดไหนที่ต้องปรับอีกบ้าง
- Price: ผู้ประกอบการจะต้องตอบให้ได้ว่า สินค้าของแบรนด์มีต้นทุนเท่าไหร่ และราคาขายเหมาะสมหรือไม่
- Place: สถานที่วางจำหน่ายสินค้า ต้องมีความสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณ จนขาดทุนในที่สุด
- Promotion: ลองคิดให้ดีว่าเป้าหมายของการจัดโปรโมชันในแต่ละครั้งคืออะไร เพื่อจะได้หากลยุทธ์ที่เหมาะสม และรักษาผลประโยชน์ให้กับแบรนด์
- People: ลองทำความเข้าใจ และวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายให้ลึกซึ้ง เพื่อให้แบรนด์ได้เข้าใจว่า ควรทำการตลาดอย่างไรให้ถูกใจลูกค้า
- เน้น High Engagement ด้วยการไลฟ์
การไลฟ์สดขายสินค้า ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า (Customer Engagement) และสร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness) รวมถึงดึงดูดให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่าย เพราะในการ Live Streaming แต่ละครั้ง ทางแบรนด์มักจะมีโค้ดส่วนลดมาให้ลูกค้าอยู่เสมอ
- ลงคอนเทนต์ Short Video
ในยุคที่คนส่วนใหญ่นิยมเสพคอนเทนต์ที่สั้น กระชับ และน่าดึงดูด รวมถึงเข้าใจรายละเอียดได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้คอนเทนต์ประเภท Short Video สามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง โดยแนะนำให้สร้างคลิปที่โฟกัสไปที่จุดเด่นของสินค้า เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพ และเข้าใจสินค้าได้ง่ายขึ้น
- นำเทคโนโลยี AI มาใช้งานให้เป็นประโยชน์
AI เป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังเติบโต และน่าจับตามองอย่างมากในปี 2025 เพราะนักการตลาดออนไลน์ สามารถนำเครื่องมือ AI ของแบรนด์ต่าง ๆ เช่น ChatGPT, Gemini หรือ Zendesk AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ และออกแบบคอนเทนต์ให้เข้ากับแบรนด์ ทั้งยังสามารถนำ AI มาช่วยในการสื่อสารกับลูกค้าได้อีกด้วย
- อย่าลืมเทรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อม
เพราะในทุกวันนี้ผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึง Sustainability มากขึ้น ทำให้แบรนด์ควรเริ่มจากการใช้บรรจุภัณฑ์ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาแพ็กสินค้าส่งลูกค้า เช่น บรรจุภัณฑ์ข้าวโพด อ้อย ไม้ไผ่ และเห็ด รวมถึงวัสดุรีไซเคิล เป็นต้น
ทั้งนี้ สำหรับแบรนด์เครื่องสำอาง และสกินแคร์ แนะนำให้โชว์เครื่องหมาย Cruelty free bunny ลงบนแพ็กเกจจิง เพื่อยืนยันว่าสินค้าของแบรนด์ไม่มีการทดสอบกับสัตว์ ทั้งในกระบวนการคัดเลือกส่วนผสม ไปจนถึงการผลิตผลิตภัณฑ์
- ใช้ Influencer Marketing เข้ามาช่วยโปรโมต
แม้ว่าการใช้อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) เข้ามาช่วยโปรโมตแบรนด์ ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มเป้าหมาย จะเป็นเทรนด์มาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2025 เนื่องจาก ผู้บริโภคยังคงนิยมซื้อสินค้า หรืออุดหนุนบริการ ตามอินฟลูเอนเซอร์ที่ชื่นชอบ
ด้วยเหตุนี้ แบรนด์ส่วนใหญ่จึงนิยมจ้างอินฟลูเอนเซอร์ หรือ KOLs เข้ามาทำคอนเทนต์รีวิวสินค้าคอลเลกชันใหม่ หรือสินค้าที่ต้องการขาย ตามแนวโน้มความนิยมของผู้บริโภค เพื่อให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูน่าเชื่อถือ และโน้มน้าวให้กลุ่มเป้าหมาย รู้สึกต้องการอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของแบรนด์
- ให้ความสำคัญกับ User-Generated
User-Generated (UGC) หรือเนื้อหาที่ผู้บริโภคเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง ถือเป็นเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่ทรงพลัง และกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เช่น คอนเทนต์ถ่ายวิดีโอแกะกล่อง การถ่ายสตอรี่อวดสินค้า หรือแม้แต่การเขียนรีวิวสินค้า บนโซเชียลมีเดียประเภทต่าง ๆ เป็นต้น
- ทำการตลาดแบบ Collaboration & Partnership
การร่วมมือระหว่างแบรนด์ หรือ Collaboration & Partnership Marketing เป็นการตลาดออนไลน์ที่น่าจับตาอย่างมากในปี 2025 เพราะการจับมือร่วมกันระหว่างแบรนด์ ช่วยเพิ่มความแปลกใหม่ และดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ การคอลแลบกับแบรนด์อื่น ๆ ที่มีจุดยืนคล้ายกัน ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้ง่ายอีกด้วย
ดังนั้น สำหรับใครที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และรักษาฐานลูกค้าให้เหนียวแน่น ลองนำเทรนด์การตลาดออนไลน์ที่น่าสนใจ ทั้ง 10 เทรนด์ไปปรับใช้ให้เข้ากับธุรกิจของคุณ เพื่อให้แบรนด์เติบโตได้อย่างมีคุณภาพ และเป็นที่สนใจในสายตาลูกค้าอยู่เสมอ
ทั้งนี้ หากใครที่กำลังอยากสร้างแบรนด์ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ก็สามารถติดต่อ Common Ground Agency ที่ปรึกษาการตลาดให้เป็นผู้ช่วยดูแล เพราะเราเป็นเอเจนซีคุณภาพที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์มานานกว่า 7 ปี หากสนใจให้เราดูแล สามารถติดต่อได้ที่
Tel: 081-426-6695
Email: Enjoy@iamcommonground.com
Facebook Page: Common Ground