เทคนิค! ทำการตลาดออนไลน์ ผ่าน E-Commerce เพิ่มยอดขายสุดปังOnline Marketingเทคนิค! ทำการตลาดออนไลน์ ผ่าน E-Commerce เพิ่มยอดขายสุดปัง

เทคนิค! ทำการตลาดออนไลน์ ผ่าน E-Commerce เพิ่มยอดขายสุดปัง

การตลาดออนไลน์

ในโลกของธุรกิจยุคใหม่ ที่มีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “E-Commerce” เข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการเปลี่ยนโฉมหน้าวงการธุรกิจอย่างก้าวกระโดด จากร้านค้าที่มีหน้าร้านจับต้องได้ สู่ร้านค้าเสมือนที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงผ่านโซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ต่าง ๆ ทำให้ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกที่ทุกเวลา

ในบทความนี้ Common Ground จะแนะนำเทคนิคการทำการตลาดออนไลน์ผ่าน E-Commerce เพื่อเพิ่มยอดขาย และทำให้ธุรกิจของคุณอยู่รอดในยุคดิจิทัลนี้กัน !

E-Commerce คืออะไร ? มีกี่ประเภท ? 

E-Commerce หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต ซึ่งครอบคลุมทั้งการซื้อขายสินค้า บริการ และการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยมีจุดเด่นหลัก ได้แก่

  • เข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์
  • ไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่
  • ลดต้นทุนการดำเนินงาน เมื่อเทียบกับร้านค้าแบบดั้งเดิม
  • เพิ่มความสะดวกในการเลือกซื้อ และเปรียบเทียบสินค้า
  • สร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้โดยตรง และรวดเร็ว

สำหรับ E-Commerce สามารถแบ่งเป็น 6 ประเภทใหญ่ได้ ดังนี้

1. B2C (Business to Consumer) หรือ ธุรกิจกับผู้ซื้อปลีก

เป็นการที่ผู้ซื้อปลีก ซื้อสินค้าจากผู้ขายผ่านอินเทอร์เน็ต

2. B2B (Business to Business) หรือ ธุรกิจกับธุรกิจ

เป็นการที่ผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย ทำการติดต่อซื้อขายกัน (ขายส่ง) ผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น โรงงานผลิตสินค้าที่ขายให้กับร้านค้าส่ง หรือแพลตฟอร์มระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ เป็นต้น

3. C2C ผู้บริโภคกับผู้บริโภค (Consumer to Consumer)

การติดต่อซื้อขายระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง

4. B2G (Business to Government) หรือ ธุรกิจกับรัฐบาล

ธุรกิจระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐ เช่น รับเหมาก่อสร้างตึกให้กับรัฐบาล หรือการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ (government procurement) เป็นต้น

5. G2G (Government to Government) หรือ รัฐบาลกับรัฐบาล

การติดต่อ หรือทำธุรกิจกันระหว่างหน่วยงานในรัฐบาล โดยจะทำข้อตกลง หรือติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกระทรวงกัน

6. G2C (Government to Consumer) หรือ ภาครัฐกับประชาชน

การให้บริการจากทางภาครัฐ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างอินเทอร์เน็ต เช่น การเสียภาษีออนไลน์ หรือ จดทะเบียนการค้า เป็นต้น

E-Commerce คืออะไร มีความสำคัญกับธุรกิจยุคใหม่ อย่างไร

เนื่องจาก การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้ E-Commerce มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ และมีความสำคัญต่อธุรกิจยุคใหม่ ดังนี้

1. เพิ่มช่องทางการขาย และสร้างรายได้นอกเหนือจากช่องทางออฟไลน์

E-Commerce ถือเป็นช่องทางที่สำคัญกับธุรกิจที่มีหน้าร้านแบบดั้งเดิม เพราะช่วยเพิ่มยอดขาย และรายได้ให้กับร้าน โดยไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ หรือจ้างพนักงานเพิ่ม

นอกจากนี้ ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้มากขึ้น

2. สร้างความน่าเชื่อถือในโลกออนไลน์

การมีหน้าร้านออนไลน์ที่มีคุณภาพ จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ โดยผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า และบริการได้ตลอดเวลา

รวมถึงอ่านรีวิวจากลูกค้าคนอื่น ๆ และมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความไว้วางใจ และความภักดีต่อแบรนด์ได้ในระยะยาว

3. ขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น เพราะไม่จำกัดพื้นที่

E-Commerce ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลก โดยไม่มีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ แม้คุณเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ก็สามารถแข่งขันในตลาดระดับประเทศ หรือระดับโลกได้ 

4. เก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคได้ละเอียด

ระบบ E-Commerce สามารถติดตาม และบันทึกพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคได้อย่างละเอียด เช่น สินค้าที่สนใจ เวลาที่ใช้บนเว็บไซต์ ความถี่ในการซื้อ เป็นต้น

ซึ่งเจ้าของธุรกิจสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ มาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ บริการ และกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น

เทคนิค ทำการตลาดออนไลน์ ผ่าน E-Commerce เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ

การทำการตลาดสำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce Marketing) เป็นการเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจออนไลน์ โดยใช้เว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์ม Marketplace ต่าง ๆ ในการโฆษณา

เช่น Lazada Shopee และ LINE SHOPPING รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดีย เช่น Facebook และ TikTok เป็นต้น โดยเทคนิคสำคัญสำหรับการตลาดผ่าน E-Commerce ที่ช่วยเพิ่มยอดขาย และทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ มีดังนี้

1. Sales Funnel

Sales Funnel เป็นโมเดล ที่อธิบายกระบวนการตัดสินใจซื้อสินค้า หรือบริการของผู้บริโภค โดยครอบคลุมทุกจุดระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ ตั้งแต่การรู้จัก ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ โดยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้

  • Awareness: การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ สินค้า หรือบริการ เพื่อให้ผู้บริโภครู้จัก และเข้าใจว่าคุณมีอะไรนำเสนอ
  • Interest: การสร้างความสนใจในสินค้า หรือบริการของคุณ โดยนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจ และตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
  • Consideration: การกระตุ้นให้ผู้บริโภคพิจารณาสินค้า หรือบริการของคุณอย่างจริงจัง โดยให้ข้อมูลเชิงลึก เปรียบเทียบกับคู่แข่ง และแสดงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์
  • Conversion: การทำให้ลูกค้าค้าตัดสินใจซื้อบริการ หรือสินค้า โดยอาจใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น การเสนอส่วนลด หรือโปรโมชันพิเศษ

นอกจากนี้ บางโมเดลอาจเพิ่มขั้นตอน “Retention” หรือ “Loyalty” เพื่อรักษาลูกค้า และสร้างการซื้อซ้ำในอนาคต

2. Personalized Marketing

Personalized Marketing คือ กลยุทธ์การตลาดที่ธุรกิจใช้ข้อมูล และเทคโนโลยี เพื่อนำเสนอประสบการณ์ สินค้า หรือบริการที่เฉพาะเจาะจงสำหรับลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการมากที่สุด โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น

  • ประวัติการซื้อสินค้า
  • พฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน
  • ข้อมูลประชากรศาสตร์ (เช่น อายุ เพศ ที่อยู่ ฯลฯ)
  • และ การมีส่วนร่วมกับแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย เป็นต้น

3. การใช้ AI 

ปัจจุบัน เทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการตลาดออนไลน์อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) Metaverse และ Voice Search ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทุกอาชีพ เช่น

  • Chatbot อัจฉริยะ: ช่วยตอบคำถาม และแก้ปัญหาเบื้องต้นให้กับลูกค้าแบบ 24 ชั่วโมง แม้นอกเวลาทำการ 
  • AI สร้างคอนเทนต์: เช่น ChatGPT หรือ Gemini ที่ช่วยในการผลิตเนื้อหาหลากหลายรูปแบบ ทั้งบทความ โฆษณา และสื่อการตลาดต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และมีคุณภาพ
  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูล: เป็น AI ช่วยประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อหาข้อมูลเชิงลึก และแนวโน้มทางการตลาดได้อย่างแม่นยำ
  • Metaverse หรือโลกเสมือน: เป็นการสร้างประสบการณ์เสมือนจริง ให้ลูกค้า “ลองใช้” สินค้าในบ้านผ่านเทคโนโลยี VR ก่อนตัดสินใจซื้อ
  • Voice Search: การค้นหาด้วยเสียง เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การตลาดออนไลน์ผ่าน E-Commerce มีการแข่งขันที่สูง การเตรียมกลยุทธ์การตลาดให้พร้อม จะช่วยให้กับธุรกิจของคุณเติบโต และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด

สำหรับเจ้าของธุรกิจ หรือใครที่ไม่มั่นใจในการทำการตลาดออนไลน์ คอมม่อน กราวด์ เอเจนซี ที่ปรึกษาการตลาด ยินดีให้บริการ เราเป็นเอเจนซีที่มีประสบการณ์ทำการตลาดออนไลน์ทุกรูปแบบ หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่

Tel: 081-426-6695

Email: [email protected]

Facebook Page: Common Ground