เจาะลึก เทคนิคการใช้แฮชแท็ก ดันแบรนด์ให้ถึงเส้นชัย

ไม่ว่าใครก็อยากให้คอนเทนต์ ในโซเชียลมีเดียโด่งดัง และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นจำนวนมาก เพราะหากแบรนด์ของคุณแมสในโลกออนไลน์ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการขายสินค้า และบริการมากขึ้น ทั้งยังช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก ทั้งในโลกออนไลน์ และออฟไลน์อีกด้วย
สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่า ควรทำอย่างไรให้คอนเทนต์กลายเป็นไวรัล Common Ground จะมาแชร์สาระที่น่าสนใจเกี่ยวกับแฮชแท็ก (#) เพื่อให้แบรนด์ได้นำเทคนิคดี ๆ ไปใช้ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาติดตามบทความนี้กันได้เลย
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

แฮชแท็ก (Hashtag) คืออะไร ? ทำไมฮิตบนโซเชียลมีเดีย
แฮชแท็ก (Hashtag) หรือที่คุ้นเคยกันในรูปแบบ # และต่อด้วยกลุ่มคำ เป็นเครื่องมือที่ช่วยแยกข้อมูล ประเภทเดียวกันให้อยู่ด้วยกัน เมื่อต้องการหาอะไร ก็แค่พิม # ที่ต้องการค้นหา เพียงเท่านี้ก็จะเจอโพสต์ที่เกี่ยวข้อง โผล่ออกมามากมาย
ซึ่งการติด #Hashtag ในโซเชียลมีเดียในแต่ละแพลตฟอร์ม มีประโยชน์ต่อการสร้างแบรนด์อย่างมาก เพราะเมื่อลูกค้าต้องการค้นหาสินค้า และบริการที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ ก็สามารถเจอสินค้าที่ต้องการได้ในทันที ส่งผลให้แบรนด์ เป็นที่รู้จักในวงกว้างได้ง่ายยิ่งขึ้น

4 ประเภทของแฮชแท็ก ที่นักการตลาดมือใหม่ต้องรู้
แฮชแท็ก ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือ ที่ช่วยให้กลุ่มเป้าหมาย เข้าถึงโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเฉพาะเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึง และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ให้กับแบรนด์ได้อีกด้วย ซึ่งแฮชแท็กก็มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 4 ประเภท ได้แก่
- แฮชแท็กทั่วไป (General Hashtag)
General Hashtag เป็นคำกว้าง ๆ หรือหัวข้อทั่วไปที่ใช้จัดกลุ่มเนื้อหาประเภทเดียวกันเข้าด้วยกัน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้าง ไม่ได้จำกัดแค่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น #อาหาร #สถานที่ท่องเที่ยว #ข่าว #ดารา #บันเทิง และ #รองเท้า เป็นต้น
- แฮชแท็กตามแบรนด์ (Branded Hashtag)
Branded Hashtag เป็นสิ่งพื้นฐานในการทำการตลาดเลยก็ว่าได้ เพราะการมีแฮชแท็กเป็นของแบรนด์เอง จะช่วยให้กลุ่มผู้ติดตาม และกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ สามารถเข้าถึงคอนเทนต์อื่น ๆ ได้ง่าย และมองว่าแบรนด์มีการทำการตลาดที่จริงจัง
- แฮชแท็กตามเทรนด์หรือแคมเปญ
แฮชแท็กตามเทรนด์ หรือแคมเปญ คือ อีกหนึ่งเครื่องมือที่มีวันเริ่มต้น และวันที่สิ้นสุด โดยแบรนด์จะมีการกำหนดแฮชแท็กโดยเฉพาะ เพื่อติดตามการแข่งขัน และวัดผลแคมเปญการตลาด ทั้งนี้ ควรใช้คำที่เข้าใจง่าย เขียนง่าย และอ่านไม่ยาก ก็จะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายจดจำแคมเปญได้อย่างรวดเร็ว
- แฮชแท็กเฉพาะกลุ่ม (Niche Hashtag)
Niche Hashtag คือ แฮชแท็กเฉพาะกลุ่ม เพื่อดึงดูดฐานผู้ติดตาม และเข้าถึงคนที่สนใจเรื่องนั้น ๆ โดยตรง เช่น #แต่งหน้ามือใหม่ #เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง #ออกกำลังกายแก้OfficeSysdrome ทำให้เกิดโอกาสที่จะกดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ และกดติดตามแบรนด์ เมื่อเห็นคอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการ
กฎเหล็ก การใช้ #Hashtag ให้ปัง ช่วยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
โดยส่วนใหญ่จะนิยมติด Hashtag ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า บริการ และแบรนด์ ร่วมกับแฮชแท็กที่กำลังมาแรงในขณะนั้น ซึ่งทาง Common Ground ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ ได้รวบรวมกฎเหล็กที่น่ารู้ เกี่ยวกับการใช้ #Hashtag มาให้แล้ว ดังนี้
- Hashtag ไม่สามารถเว้นวรรคระหว่างคำได้
- ไม่สามารถใส่สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายต่าง ๆ ได้ เช่น เครื่องหมายไม้ยมก (ๆ), เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!), และเครื่องหมายโคลอน (:) เป็นต้น
- ควรใช้คำที่สั้น ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ มองแค่ครั้งแรกก็จำรายละเอียดได้
- ควรตั้ง Account เป็นสาธารณะ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย มองเห็นคอนเทนต์ของแบรนด์ได้ง่าย
- อย่าใช้คำเฉพาะเจาะจงมากเกินไป เพราะอาจจะไม่มีคนหาเจอ
- ห้ามใช้ Hashtag มากจนเกินไป เนื่องจาก ระบบมองว่าคอนเทนต์เป็นสแปม และมีการละเมิดกฎชุมชน
แนะนำ #hashtag ยอดนิยมบน Facebook และ TikTok
สรุปมาให้แล้ว ! อ้างอิงข้อมูลล่าสุดปี 2025 แฮชแท็กยอดนิยมบน Facebook (จาก Sprout Social) และแฮชแท็กยอดนิยมบน TikTok (จาก TikTok Hashtags) มีดังนี้
| แพลตฟอร์ม | แฮชแท็ก (จำนวนการใช้) |
|---|---|
| 1. #trending (875M) 2. #love (743M) 3. #photography (227M) 4. #tbt (210M) 5. #music (170M) | |
| TikTok | 1. #fyp (>35,000M*) 2. #foryou / #foryoupage (>20,000M*) 3. #viral (>10,000M*) 4. #tiktok (>8,000M*) 5. #thailand (>3,000M*) |
*หมายเหตุ: ตัวเลข TikTok ใช้ “views” แทน “posts” (แพลตฟอร์มไม่ได้โชว์จำนวนโพสต์เหมือน Facebook)
จากข้อมูลเหล่านี้ บอกได้ว่า Facebook จะเน้นการใช้ Hashtag ที่เป็น General Lifestyle + Emotion ส่วน TikTok จะเน้น Hashtag ที่เป็น Algorithm-Driven และ Discovery เป็นส่วนใหญ่

เผย ! ข้อดีของการใช้แฮชแท็ก ที่คนทำแบรนด์ต้องรู้
การติด Hashtag มีประโยชน์หลากหลายด้าน ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มจำนวนผู้เห็นโพสต์ หรือเพิ่มยอด Engagement ในบางคอนเทนต์เท่านั้น แต่ยังมีข้อดีอื่น ๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น
- เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ติดตาม
หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าครีเอเตอร์ และแบรนด์ส่วนใหญ่ มักมีการใช้ Hashtag ในช่อง Caption อยู่เสมอ เพราะ Hashtag ช่วยให้มีคนพบเห็นมากขึ้น และเพิ่มยอด Engagement ให้กับคอนเทนต์นั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การกด Like, คอมเมนต์, และกดแชร์
- สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก
การติด Hashtag เป็นประจำ ช่วยเพิ่ม Brand Recognition ให้กับแบรนด์ได้ง่าย เพราะหากกลุ่มเป้าหมายเห็นคอนเทนต์ถี่ขึ้น แบรนด์ของคุณจะเป็นที่จดจำ ในหมู่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียได้อย่างรวดเร็ว เมื่อต้องการซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้อง ก็จะนึกถึงแบรนด์เป็นอันดับแรก
ตัวอย่างเช่น แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชาย เน้นขายชุดสูท และชุดทำงานเป็นหลัก สามารถติด Hashtag เป็น #ชุดทำงาน #ชุดสูท และ #ชุดสูทผู้ชาย เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย เจอร้านขายชุดสูทผู้ชายมากมาย และอาจเจอเสื้อผ้าของแบรนด์เป็นโพสต์แรก ๆ
- เพิ่มความน่าสนใจให้โพสต์
การเขียนแคปชันยาวจนเกินไป อาจทำให้กลุ่มเป้าหมายอ่านรายละเอียดไม่ครบ หรือรู้สึกว่าคอนเทนต์ดูน่าเบื่อ ดังนั้น การใส่ Hashtag จึงเป็นตัวเลือกที่ดี ที่ช่วยให้คนที่มาอ่านโพสต์ รู้ว่ากำลังพูดถึงอะไร โดยที่ไม่ต้องเขียนรายละเอียดให้ยืดยาว
- เพิ่มโอกาสสร้างยอดขาย
อย่างที่รู้กันไปแล้วว่า Hashtag มีส่วนช่วยให้กลุ่มเป้าหมาย ค้นหาสินค้า และบริการของแบรนด์ต่าง ๆ เจอได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีโอกาสสร้างยอดขายได้มากขึ้นตามไปด้วย เพราะยิ่งโพสต์มียอด Engagement เยอะ ยิ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ ในสายตาของกลุ่มลูกค้า
อย่างไรก็ตาม หากลองทำคอนเทนต์ด้วยตัวเอง และติด Hashtag ไปสักระยะ แต่ยังไม่เห็นผล ให้ที่ปรึกษาการตลาด Common Ground เป็นเพื่อนคู่คิดของคุณ เพราะเรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาดออนไลน์ และทีมผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ เพื่อดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมาย ให้ตัดสินใจซื้อสินค้าได้เร็วยิ่งขึ้น

แนะนำ เครื่องมือช่วยวิเคราะห์แฮชแท็ก ให้แคมเปญประสบความสำเร็จตั้งแต่เริ่ม
นอกเหนือจากการวางแผนทางการตลาด ให้ตามทันเทรนด์ และสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายแล้ว การมือเครื่องมือที่ดี ก็จะยิ่งช่วยให้แคมเปญการตลาด ประสบความสำเร็จได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม Common Ground จึงได้รวบรวมเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ Hashtag มาไว้ให้แล้ว ดังนี้
- Command
Command เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ และติดตามผลลัพธ์แคมเปญบนโซเชียลมีเดีย โดยสามารถตรวจสอบแฮชแท็กที่มียอด Engagement สูง เพื่อให้แบรนด์ทำการตลาดได้ตรงจุด และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว
- Sprout Social
Sprout Social เครื่องมือยอดนิยมอีกหนึ่งตัว ที่ช่วยรายงานข้อมูล และวิเคราะห์แฮชแท็ก ว่าสิ่งที่แบรนด์เลือกใช้มียอด Engagement ดีหรือไม่ โดยสามารถรวบรวมข้อมูลในโซเชียลมีเดียหลัก ๆ เช่น Facebook, X, Instagram, LinkedIn และ Pinterest
- Simply Measure
Simply Measure ถือเป็นเครื่องมือที่ครอบคลุมอย่างมาก ทั้งในแง่ของการวิเคราะห์ รายงาน และรับฟังความเคลื่อนไหว ผ่านการแสดงสถิติอย่างละเอียด ตอบโจทย์แบรนด์ที่อยากใช้แฮชแท็กนั้น ๆ ทำการตลาดในระยะยาว
- WISESIGHT TREND
WISESIGHT TREND คือ เครื่องมือที่มีการเก็บข้อมูลแฮชแท็กอย่างละเอียด โดยจะแสดงผลขึ้นมาในรูปแบบ Wordcloud ที่เป็นการจับสำนวน และคำในเนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย มาแยกลำดับสถิติอย่างชัดเจน เพื่อนำมาจับกลุ่มกัน และแสดงผล เพื่อให้ผู้ใช้งานได้เห็นความสำคัญของ Hashtag ได้อย่างชัดเจน

Trick เลือกใช้ #Hashtag ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย แมสทุกแคมเปญ
นักการตลาดออนไลน์ทั้งหน้าเก่า และหน้าใหม่คงทราบกันดีว่า การใช้ Hashtag ในโซเชียลมีเดีย มีความสำคัญต่อการโปรโมตแบรนด์อย่างมาก เพราะ # มีอิทธิพลต่อบทบาทในสังคมยุคใหม่ ที่ต้องการค้นหาสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกใช้ Hashtag อย่างไรดี Common Ground ได้เตรียมเทคนิคดี ๆ มาให้แล้ว ดังนี้
- เลือก # ที่กำลังมาแรง
เทคนิคแรกที่ทุกแบรนด์ต้องใช้ คือการทำ Research ก่อนโพสต์คอนเทนต์ เพื่อดูว่า Hashtag ไหนมีคนเล่นอยู่ และได้รับความนิยมอยู่ในขณะนั้น ทำให้กลุ่มเป้าหมายเจอสินค้า และบริการของแบรนด์ได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการติด # ที่ไม่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ เพราะผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย อาจมองว่าแบรนด์ไม่มีคุณภาพ
- ใช้คำง่ายและตรงประเด็น
ในโลกโซเชียลมีเดียมี Hashtag มากมายให้เลือกใช้ แต่หากเลือกคำที่ยากจนเกินไป หรือไม่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหา คอนเทนต์นั้นอาจได้รับผลตอบรับที่ไม่ดี ดังนั้น ควรเลือกใช้คำที่สั้นกระชับ ง่ายต่อการพิมพ์ และตรงประเด็น เช่น #ที่เที่ยวเขาใหญ่ #คาเฟ่เขาใหญ่ และ #คาเฟ่เปิดใหม่ เป็นต้น
- ใช้ Tools ช่วยวิเคราะห์
หากยังรู้สึกจับทางไม่ถูก หรือไม่แน่ใจว่าควรติด Hashtag แบบไหนดี แนะนำให้ใช้ Social Media Listening Tools ในการดูเทรนด์ของผู้คนบนโลกออนไลน์ได้กว้างขวาง รวมถึงการมองเห็น Hashtag ที่มีการใช้งานมากที่สุด ในช่วงเวลานั้น โดยเครื่องมือที่น่าสนใจ มีดังต่อไปนี้
- Trend Wisesight: จุดเด่นของ Tools ตัวนี้ คือ ความสามารถในการจัดแบ่งหมวดหมู่เทรนด์ ตามอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทำให้เลือกดูเทรนด์ที่สนใจได้แบบเรียลไทม์ และตรงตามกลุ่มเป้าหมาย โดยสามารถสอดส่องเทรนด์ยอดฮิต ได้ทั้ง Facebook, X, Instagram, News, Blog และ Youtube ในทุก 24 ชั่วโมง หรือ 7 วัน หรือในช่วง 1 เดือน
- Mandala AI: เป็นเครื่องมือที่ใช้ติดตามเทรนด์ง่าย ๆ ทุกแพลตฟอร์ม พร้อมวิเคราะห์ตัวเลข ของแต่ละเทรนด์ได้อย่างละเอียด เหมาะกับแบรนด์ขนาดเล็ก ไปจนถึงแบรนด์ใหญ่
- Google Trends: เป็นเครื่องมือที่ช่วยค้นหา และสำรวจความนิยมของคนที่ใช้งานบน Google และ YouTube ในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง จากทั่วทุกมุมโลก ทำให้รู้ว่ากลุ่มเป้าหมาย กำลังสนใจเรื่องอะไร และใช้คีย์เวิร์ดแบบไหนบ้าง
- ค้นหาแฮชแท็กก่อนใช้งาน
การใช้ Hashtag ในแต่ละแพลตฟอร์ม มีความถี่ที่เหมาะสมต่างกัน เพราะหากใช้มากเกินไป อาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความรำคาญ หรือทางแพลตฟอร์มมองว่าเป็นสแปม แต่หากไม่แน่ใจว่าควรใช้ Hashtag อย่างไรให้เหมาะสม เราก็ได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ดังนี้
- X: เนื่องจาก X ได้มีการจำกัดจำนวนตัวอักษรไม่เกิน 280 ตัวอักษร ดังนั้น ไม่ควรใช้ Hashtag เกิน 2 แท็กต่อโพสต์ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้อ่านเนื้อหา ในปริมาณที่พอดี
- Facebook: เหมาะกับการใช้ 2 – 5 แท็ก โดยแนะนำให้ใช้ 1 แท็กยอดนิยม และ 1 แท็กที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์โดยตรง
- Instagram: สามารถติด Hashtag ได้สูงสุด 30 แท็ก แต่ควรใช้ไม่เกิน 9 แท็ก เพื่อสร้างยอด Engagement ที่ดีให้กับแบรนด์
- TikTok: ควรติด Hashtag ประมาณ 4 – 5 แท็ก เพื่อให้โพสต์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย และสร้างการจดจำที่ดี
- สร้างแฮชแท็กประจำแบรนด์
หากต้องการให้กลุ่มลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์ แนะนำให้คิด Hashtag ประจำแบรนด์ หรือสร้าง Hashtag ที่สอดคล้องกับแคมเปญต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้ทำคอนเทนต์รีวิวสินค้า และติด Hashtag ในช่องแคปชัน เพียงเท่านี้ก็จะได้ช่องทางในการบอกต่อ ให้กลุ่มเป้าหมายคนอื่น ๆ ได้รู้จักแบรนด์เพิ่มขึ้น
ก็จบไปแล้วกับ เทคนิคการใช้แฮชแท็ก ให้เหมาะสมกับแบรนด์ เพื่อผลักดันแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และประสบความสำเร็จในการทำแคมเปญต่าง ๆ ทั้งยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ในทางอ้อม โดยเจ้าของแบรนด์ และครีเอเตอร์ สามารถนำเทคนิคต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้คอนเทนต์มีคุณภาพยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ หากคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ ที่ช่วยในการทำ Research เทรนด์ในช่วงต่าง ๆ และผลิตคอนเทนต์ให้สอดคล้องกับแบรนด์ Common Ground ที่ปรึกษาการตลาดที่เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ พร้อมช่วยเหลือคุณตั้งแต่การวิเคราะห์ทางการตลาด และการคิดคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับแบรนด์ ไปจนถึงการวิเคราะห์ผลลัพธ์ในแคมเปญต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่
Tel: 081-426-6695
Email: Enjoy@iamcommonground.com
Facebook Page: Common Ground
TikTok: @commonground_agency
Instagram: @commonground_agency
ควรใช้แฮชแท็กกี่คำต่อโพสต์ถึงจะเหมาะสม?
การใส่แฮชแท็กในโพสต์ ควรใส่ประมาณ 1-2 คำ หรือมากสุดไม่เกิน 5 คำ เพื่อเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness) และดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมาย รู้สึกอยากอ่านรายละเอียดในโพสต์มากกว่า
ควรใช้แฮชแท็กภาษาไทยหรืออังกฤษ?
นักการตลาดออนไลน์ สามารถใช้แฮชแท็กได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ แต่ควรเลือกใช้เพียงภาษาใดภาษาหนึ่ง และไม่ควรใช้คำสลับภาษาไปมา
เครื่องมือช่วยวิเคราะห์แฮชแท็ก มีอะไรบ้าง?
ในปัจจุบันได้มีเครื่องมือที่ช่วยวิเคราะห์แฮชแท็กมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Command, Sprout Social Simply Measure และ WISESIGHT TREND โดยสามารถเลือกเครื่องมือมาใช้งาน ได้ตามความถนัด หรือตามวัตถุประสงค์ของแคมเปญที่กำหนดไว้
ทำไมบางโพสต์ใช้แฮชแท็กแล้วไม่ขึ้นเทรนด์?
สาเหตุที่โพสต์คอนเทนต์ไปแล้ว แต่คอนเทนต์กลับไม่ขึ้นเทรนด์ หรือแสดงผลลัพธ์เป็นอันดับแรก ๆ อาจมาจากการที่อัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม มองว่าเนื้อหาไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย หรือเนื้อหามีความใกล้เคียงกับโพสต์อื่น ๆ รวมถึงการละเมิดกฎชุมชนในแต่ละแพลตฟอร์ม
ควรสร้างแฮชแท็กแบรนด์เองหรือไม่
หากต้องการให้กลุ่มเป้าหมาย จดจำแคมเปญของแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว ก็สามารถสร้างแฮชแท็กเฉพาะของแบรนด์ โดยจะต้องเป็นคำที่สั้น กระชับ และเข้าใจง่าย อ่านครั้งแรกก็สามารถจำได้เลย เพื่อให้แคมเปญการตลาดประสบความสำเร็จ