แชร์ กลยุทธ์ปั้นคลิป Reels ให้ทัชใจลูกค้าบนโซเชียล

หนึ่งในแพลตฟอร์มยอดฮิตของคนเจน Y และวัยรุ่นเจน Z จะเป็นอะไรไม่ได้เลยนอกจาก Instagram โซเชียลมีเดียที่เน้นแชร์รูปภาพผ่านโพสต์ และเผยไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันผ่านสตอรี่ ทั้งยังเป็นช่องทางสำคัญของแบรนด์ต่าง ๆ ในการโปรโมตสินค้า และบริการได้อย่างเต็มที่ รวมถึงเป็นแหล่งรวมรีวิวสินค้าของอินฟลูเอนเซอร์อีกด้วย
โดยในปัจจุบัน เมื่อความนิยมของคลิปสั้น (Short Video) เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทาง Instagram ก็ได้พัฒนาฟีเจอร์ Reels ขึ้นมา เพื่อให้ผู้ใช้งานทั่วไป ครีเอเตอร์ นักทำ Content Marketing รวมถึงแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ได้อัปโหลดคลิปสั้นได้ตามความต้องการ ทำให้ Reels ได้กลายเป็นช่องทางผลิตคอนเทนต์ ที่นักการตลาดห้ามพลาดโดยเด็ดขาด
ดังนั้น ในบทความนี้ Common Ground ขอพาทุกคนมาเจาะลึกหลักการทำงานของ Reels Algorithm รวมถึงเทคนิคการปั้นคลิปสั้นให้น่าสนใจ และง่ายต่อการขึ้นหน้าฟีด (Feed) ของกลุ่มลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้เจ้าของแบรนด์ และนักการตลาดมือใหม่ได้เข้าใจหลักการทำงาน และสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น หากพร้อมแล้ว เราไปดูกันได้เลย
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

เจาะลึก อัลกอริทึมของ Reels ทำงานอย่างไรบ้าง
การผลิตคลิปสั้น หรือ Reels ออกมาให้มีคุณภาพ และได้รับยอด Engagement ที่มากพอ ทางแบรนด์ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับอัลกอริทึม (Algorithm) ของแพลตฟอร์มให้ดีก่อน เพื่อให้ง่ายต่อการวางแผนในการผลิตคอนเทนต์ ตั้งแต่การตั้งชื่อคอนเทนต์ ขั้นตอนการตัดต่อวิดีโอ ไปจนถึงการคิดแคปชันให้น่าสนใจ
เนื่องจากทาง Instagram มีวิธีการจัด Ranking ที่ชัดเจนว่าคลิปวิดีโอไหนควรขึ้นมาบนหน้าฟีดของผู้ใช้งาน ที่มีความสนใจในด้านต่าง ๆ โดยเริ่มจากการดูว่า ผู้ใช้งานดูคลิปวิดีโอจนจบไหม และได้มีการกดไลก์ หรือคอมเมนต์บ้างหรือเปล่า รวมถึงมีการใช้เสียง Audio ของคลิปเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คอนเทนต์ของแบรนด์ แนะนำขึ้นมาบนหน้าฟีดของกลุ่มเป้าหมาย มีดังต่อไปนี้
- Engagement ของผู้ชม
การกดไลก์ รีโพสต์ แชร์ หรือคอมเมนต์ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้อัลกอริทึมของทาง Instagram เข้าใจว่าคอนเทนต์แบบไหน มีแนวโน้มที่จะถูกใจผู้ใช้งานได้มากที่สุด ทั้งยังช่วยเพิ่มการรับรู้ว่า ผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มแต่ละคนสนใจอะไรบ้าง
- ประเภทเนื้อหาที่ผู้ชมมีส่วนร่วมด้วย
ในปัจจุบัน Instagram ได้มีการใช้ระบบ AI ในการประเมินว่าคลิปสั้นที่ผู้ใช้งานได้เข้าไปดู รวมไปถึงการกดไลก์ และคอมเมนต์ในคลิปต่าง ๆ มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้าง เช่น หากมีการรับชมคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการสอนแต่งหน้า ระบบก็จะทำการโชว์คลิปสอนแต่งหน้ามาให้ดูเพิ่มขึ้นอีก
- การสร้างสรรค์คลิป
ความครีเอทีฟ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อัลกอริทึม จะดันคลิปสั้นขึ้นบนหน้าฟีดของกลุ่มเป้าหมาย โดยแนะนำให้สร้างเนื้อหาที่อิงตามกระแสของเทรนด์ในขณะนั้น หรือเน้นสร้างเนื้อหาที่สร้างความบันเทิง และเข้าใจง่าย เพื่อเพิ่มยอด Engagement ให้กับคลิปวิดีโอต่าง ๆ
- คุณภาพของเนื้อหา
หลักสำคัญในการสร้างคลิปสั้นบน Instagram คือ การสร้างคลิปวิดีโอที่มีภาพคมชัด ความละเอียดสูง รวมถึงเนื้อหาวิดีโอที่สร้างสรรค์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และปราศจากลายน้ำของแพลตฟอร์มอื่น เพราะอัลกอริทึมจะมองว่าวิดีโอของแบรนด์เป็นเนื้อหาที่มีคุณภาพ และเพิ่มโอกาสที่จะถูกแนะนำบนหน้าฟีดของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
ทั้งนี้ หากคุณต้องการผู้ช่วยในการทำคอนเทนต์ Instagram Reels ขอแนะนำ Common Ground ผู้เชี่ยวชาญในการรับทำ Content Marketing ทุกรูปแบบ เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ผ่านการทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และมีการวัดผลทุกครั้งหลังจบแคมเปญ

ส่อง 8 เทคนิคทำคลิป Reels ให้น่าสนใจ รู้ทันอัลกอริทึม
ปัจจุบันวิดีโอสั้น กลายเป็นฟีเจอร์สำคัญของครีเอเตอร์ และแบรนด์ในการสร้างสรรค์เนื้อหาต่าง ๆ ให้น่าสนใจ และโปรโมตสินค้าได้รวดเร็วกว่าการทำคอนเทนต์ในรูปแบบอื่น
ดังนั้น เจ้าของแบรนด์ และนักการตลาดควรทำความเข้าใจเทคนิคการทำคลิป Reels ให้น่าสนใจ เพื่อให้อัลกอริทึมดันคลิปวิดีโอไปบนหน้าฟีดของกลุ่มเป้าหมาย โดย Common Ground ได้รวบรวมเทคนิคดี ๆ มาไว้ให้แล้ว ดังนี้
- คิดคอนเทนต์ให้น่าสนใจ
ความครีเอทีฟ ถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำคลิปสั้นเลยก็ว่าได้ เพราะวิดีโอที่มีความสนุกสนาน เนื้อหาครบถ้วน และมีวิธีการเสนอที่ไม่ซ้ำใคร สามารถดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายหยุดดูคลิปจนจบ ทั้งยังเกิดการกดไลก์ และแชร์ได้มากกว่าคลิปวิดีโอที่เน้นขายของอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม หากรู้สึกว่ายังจับจุดในการทำคลิปสั้นไม่ถูก ก็สามารถเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการจับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายภายใน 3 วินาทีแรก โดยการเปิดคลิปด้วยคำถามให้เกิดความสงสัย และอยากดูคลิปต่อจนจบ แต่ไม่ควรทำเนื้อหาแบบ Clickbait จนเกินไป เพราะอัลกอริทึมอาจมองว่าเนื้อหาไม่มีคุณภาพ สำหรับการดันขึ้นบนหน้าฟีดของกลุ่มเป้าหมาย
- สำรวจเทรนด์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ
นอกเหนือจากการสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์แล้ว นักการตลาดต้องสำรวจเทรนด์ใหม่ ๆ และปรับตัวให้ทันกระแสไวรัลอยู่เสมอ เพื่อให้อัลกอริทึมดันคลิปวิดีโอไปที่หน้าฟีด หรือหน้า Explore ของกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย ทั้งยังดึงดูดความสนใจได้ดี
ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงที่คนส่วนใหญ่กำลังนิยมใช้ไอเทมต่าง ๆ ตามสีมงคลประจำวันเกิด อาจทำคอนเทนต์การแมตช์สินค้า หรือบริการของแบรนด์ให้เข้ากับวันเกิด หรือในคอนเทนต์โปรโมตโปรโมชันประจำเดือน อาจเลือกใช้เสียง หรือเพลงที่กำลังฮิตอยู่ในขณะนั้น
- ใส่ Hashtag ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
อีกหนึ่งจุดสำคัญในการทำคลิป Reels ที่ช่วยให้การทำ Content Marketing ประสบความสำเร็จ คือ การใส่แฮชแท็ก (Hashtag) หรือ # ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของคลิป เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น เช่น หากเป็นแบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิง อาจเลือกเป็นแฮชแท็ก #เสื้อผ้าสไตล์เกาหลี #ชุดทำงานผู้หญิง เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม Instagram ก็มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการใส่แฮชแท็ก เพราะหากใช้แฮชแท็กที่นิยมมากเกินไป อาจทำให้โพสต์ของคุณจมหายไปในฟีด อีกทั้งการใช้แฮชแท็กที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ติดตามรู้สึกสับสน และลดความน่าเชื่อถือของแบรนด์อีกด้วย
- เลือกเพลงให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย
เสียงเพลง เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ ที่ช่วยกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายหยุดดูคลิปวิดีโอได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเพลงที่เลือกมาประกอบคลิป ควรเลือกใช้เพลงจากคลังของ Instagram หรือ Original Sound ของครีเอเตอร์คนอื่นเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้อัลกอริทึมปิดกั้นคลิปของคุณ
- ห้ามถ่ายวิดีโอแนวนอน
Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นใช้งานบนสมาร์ตโฟนเป็นหลัก ดังนั้น เมื่อเริ่มต้นถ่ายคอนเทนต์ ควรตั้งค่าขนาดวิดีโอให้เป็นแนวตั้งก่อน หรือเลือกเป็นสัดส่วน 9:16 และความละเอียด 1080p เพื่อให้พอดีกับขนาดหน้าจอสมาร์ตโฟน ทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเพิ่มยอดวิวได้มากขึ้นอีกด้วย เพราะขนาดวิดีโอที่พอดี ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายรับชมคลิปได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น
- หลีกเลี่ยงการใช้คลิปติดลายน้ำของแพลตฟอร์มอื่น
สิ่งสำคัญที่อัลกอริทึมต่อต้าน และปิดกั้นมากที่สุด คือ การดูดคลิปจากแอปพลิเคชันอื่น เช่น TikTok มาอัปโหลดใหม่ เพราะคลิปวิดีโอที่โหลดมา มักจะมีลายน้ำเป็นรูปโลโก้ติดมาด้วย ทำให้อัลกอริทึมของ Instagram มองว่าคลิปวิดีโอของคุณมีคุณภาพต่ำ ส่งผลให้โอกาสขึ้นหน้าฟีดยากขึ้นตามไปด้วย
- อย่าอัปโหลดคลิปคุณภาพต่ำ
คลิปวิดีโอที่เห็นรายละเอียดไม่ชัด เบลอ หรือมีตัวหนังสือมากจนเกินไป คือ คุณสมบัติคลิปคุณภาพต่ำ ในมุมมองของอัลกอริทึมของ Instagram ดังนั้น ก่อนอัปโหลดวิดีโอ ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่า ในคลิปวิดีโอมีภาพที่คมชัด และมีตัวหนังสือในปริมาณที่พอเหมาะ ทั้งยังมีการใช้เอฟเฟกต์ภาพที่ไม่มากจนเกินไป
- ลงคลิปอย่าสม่ำเสมอ
สิ่งสุดท้ายที่เจ้าของแบรนด์ไม่ควรพลาด เพื่อให้การทำ Content Marketing ประสบความสำเร็จ คือ การลงคลิปอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 – 2 คลิป หรือมากกว่านั้นตามความสะดวก เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมองเห็นคอนเทนต์ของแบรนด์อย่างเป็นประจำ ทั้งยังช่วยให้ลูกค้ามองว่า แบรนด์มีความใส่ใจ และมอบโปรโมชันดี ๆ ให้กับลูกค้าอยู่เสมอ

ส่อง ! วิธีการวัดผล Instagram Reels ที่นักการตลาดต้องรู้
เมื่ออัปคลิปวิดีโอแต่ละแคมเปญเสร็จเรียบร้อย ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะจบ เพราะการทำ Content Marketing ที่ดี ต้องมีการวัดผลด้วยเมตริกต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ซึ่งหากคุณเป็นเจ้าของบัญชีแบบ Business บน Instagram ก็สามารถวัดผลได้ผ่านเครื่องมือ Reel Insights เพื่อตรวจสอบดูข้อมูลตัวชี้วัดต่าง ๆ ของคลิปวิดีโอ ว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่
โดยเจ้าของแบรนด์ และนักการตลาดสามารถดูข้อมูลบนเครื่องมือ Reel Insights ได้ตั้งแต่จำนวนผู้ติดตาม (Followers) ค่า Engagement Rate และจำนวน Impressions ที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมถึงจำนวนไลก์ คอมเมนต์ การแชร์ และการเซฟคอนเทนต์ต่าง ๆ
นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของ Account Insights เพื่อให้นักการตลาดได้ตรวจสอบพฤติกรรมที่ต่างกัน ระหว่างผู้ชมที่กดติดตาม และไม่ได้กดติดตาม โดยสามารถดูเมตริก หรือตัวชี้วัดต่าง ๆ ตามกรอบเวลาที่ต้องการดูแบบ 7 วันที่ผ่านมา หรือ 30 วันที่ผ่านมาได้ในทันที เรียกได้ว่าเป็นช่องทางการทำ Content Marketing ที่เหมาะสมกับธุรกิจทุกรูปแบบอย่างแท้จริง
สำหรับใครที่ยังไม่มั่นใจในการทำคลิป Reels ให้เข้ากับแบรนด์ หรืออยากมองหาผู้เชี่ยวชาญในการรับทำ Content Marketing มาช่วยปั้นแบรนด์ของคุณ ก็สามารถติดต่อ Common Ground เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญในการรับทำ Content Marketing ทุกรูปแบบ หากสนใจสามารถติดต่อเราได้ที่
Tel: 081-426-6695
Email: Enjoy@iamcommonground.com
Facebook Page: Common Ground
TikTok: @commonground_agency
Instagram: @commonground_agency