BlogContent MarketingContent Pillar กลยุทธ์สร้างแบรนด์ให้โดดเด่น พร้อมยืนหัวแถว

Content Pillar กลยุทธ์สร้างแบรนด์ให้โดดเด่น พร้อมยืนหัวแถว

content pillar

“Content is King” เป็นวลียอดฮิตแห่งยุคนี้เลยก็ว่าได้ เพราะการทำ Creative Marketing ให้ประสบความสำเร็จ คอนเทนต์เป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกได้ว่า การทำการตลาดของแบรนด์สามารถซื้อใจลูกค้าได้หรือไม่ ดังนั้น เจ้าของแบรนด์ต้องมานั่งวางแผนสำรวจเทรนด์ และรวบรวมไอเดียปั้นคอนเทนต์ เพื่อให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูโดดเด่น และโดนใจลูกค้า ไปจนถึงคนทั่วไปที่เล่นโซเชียล

ในบทความนี้ Common Ground จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ Content Pillar เครื่องมือสำคัญของการทำ Creative Marketing เพื่อให้แบรนด์สามารถวางแผนการสร้าง และเผยแพร่เนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยให้คอนเทนต์ของแบรนด์ มีเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น หากพร้อมแล้ว เราไปดูกันได้เลย

content pillar

Content Pillar คืออะไร และมีให้เลือกใช้กี่ประเภท ?

Content Pillar คือ เครื่องมือในการวางโครงสร้างของเนื้อหาลงบน Social Media ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการแบ่งหมวดหมู่ของคอนเทนต์ ตามวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร และความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย ทำให้เนื้อหาที่ถูกโพสต์เต็มไปด้วยความครีเอทีฟ และสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยประเภทของ Content Pillar มีดังนี้

  • Infographic: เป็นภาพกราฟิกที่มีความสวยงาม โดยสามารถบอกเล่าเรื่องราว ข้อมูล และข่าวสารที่ต้องการจะบอก ได้ครบจบในหน้าเดียว ซึ่งหากแบรนด์มีการดีไซน์ Infographic ที่มีเอกลักษณ์ กลุ่มเป้าหมายเห็นก็จะรู้เลยว่าเป็นภาพของแบรนด์อะไร
  • วิดีโอ: ถือเป็นรูปแบบคอนเทนต์ ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะ Short Video เพราะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย เช่น วิดีโอโปรโมตสินค้า วิดีโอรีวิวสินค้า และวิดีโอแชร์กระบวนการผลิตสินค้า เป็นต้น
  • บล็อก: มีทั้งในรูปแบบบทความสั้น และบทความยาว เพื่อใช้บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้มีความหลากหลาย น่าสนใจ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้ดี ทั้งยังช่วยในเรื่องของ SEO อีกด้วย
  • Podcast: คือ คอนเทนต์ที่อยู่ในรูปแบบของเสียง ที่เล่าเกี่ยวกับหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง อาจจะเป็นการให้ความรู้ หรือสร้างความบันเทิงให้กับผู้ฟัง
  • Advertising: เป็นคอนเทนต์ที่นำไปยิงโฆษณา เช่น TikTok Ads, Instagram Ads, Facebook Ads และ Google Ads
  • Organic Post: หรือคอนเทนต์ทั่วไป ที่โพสต์ไปบนโซเชียลมีเดีย โดยที่ไม่ได้ยิงโฆษณา
content pillar

4 ข้อดีในการทำ Content Pillar รู้ไว้ก่อนเริ่มทำคอนเทนต์

รู้หรือไม่ ? การทำ Content Pillar มีประโยชน์ต่อธุรกิจออนไลน์หลากหลายด้าน เพราะความเป็นระบบ และชัดเจนของคอนเทนต์ ช่วยให้แบรนด์สามารถสานต่อไอเดียต่าง ๆ มาเสิร์ฟกลุ่มเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังช่วยให้การทำ Content Calendar ง่ายขึ้นอีกด้วย โดย Common Ground ได้รวบรวมประโยชน์ของการทำ Content Pillar มาไว้ให้แล้ว ดังนี้

  1. สร้างเนื้อหาที่โดนใจกลุ่มเป้าหมาย

การทำ Content Pillar ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างคอนเทนต์ ที่ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด เพราะหลังจากเผยแพร่คอนเทนต์ออกไป ผู้ชมก็จะเข้าใจสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อสาร และรู้จักแบรนด์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ตัวอย่างเช่น แบรนด์เสื้อผ้าแนวสตรีต ที่มีการวางแผนใช้ Pillar เกี่ยวกับการ Mix & Match เสื้อผ้าสไตล์สตรีตในวันสบาย ๆ จะช่วยให้คอนเทนต์ที่เผยแพร่ออกไป เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่สนใจแฟชั่นได้โดยตรง ซึ่งต่างจากเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดียของแบรนด์ ที่ไม่มีการวาง Pillar ให้ชัดเจน ทำให้ภาพรวมของคอนเทนต์ ไม่สามารถเข้าถึงสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายสนใจได้ 

  1. เพิ่มยอด Engagement

นอกเหนือจากการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแล้ว Content Pillar ยังช่วยให้เพิ่มยอด Engagement ได้อีกด้วย เพราะเนื้อหาคอนเทนต์ที่ผ่านการวางแผน และเรียบเรียงมาเป็นอย่างดี ย่อมถูกใจกลุ่มเป้าหมายมากกว่า ทำให้เกิดการกดไลก์ คอมเมนต์ และยอดแชร์อย่างล้นหลาม

  1. ผลักดันอันดับ SEO

จุดเด่นของการทำ Content Pillar คือ การวางโครงสร้างเนื้อหาคอนเทนต์ที่ครอบคลุม ชัดเจน และเข้าใจง่าย ทั้งยังสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการวางคอนเทนต์ สำหรับบทความ SEO จะเป็นการเลือกใช้คีย์เวิร์ด ที่มี Search Volume ติดอันดับสูง หรือ Longtail Keyword ที่สามารถสร้าง Traffic ได้ดี ทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของแบรนด์มีประสิทธิภาพ และมีความเชี่ยวชาญ

  1. สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์

ข้อดีอย่างสุดท้าย ก็คือการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ และการคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้า มากกว่าเน้นจุดเด่นของแบรนด์ เพราะในปัจจุบันการสร้าง Creative Marketing ที่เน้นเสิร์ฟความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกอิน และประทับใจแบรนด์ได้ง่าย ส่งผลให้กลุ่มเป้าหมาย แวะเวียนกลับมาอุดหนุนสินค้า และบริการของแบรนด์อยู่เสมอ

ทั้งนี้ สำหรับใครที่อยากสร้างคอนเทนต์ที่ครีเอทีฟ และแตกต่าง Common Ground Agency พร้อมเป็นที่ปรึกษาทางการตลาดให้กับคุณ ตั้งแต่การวิเคราะห์แบรนด์ และคู่แข่ง ไปจนถึงการรับทำคอนเทนต์ ทำ Creative Marketing และวัดผลลัพธ์ในทุกแคมเปญ เราพร้อมช่วยคุณคิด วางแผน และสร้างคอนเทนต์สุดครีเอทีฟ เพื่อให้คุณชนะใจกลุ่มลูกค้าได้อยู่หมัด 

content pillar

เคล็ดลับ สร้าง Content Pillar แบบง่าย ๆ แก้ปัญหาไอเดียตันได้จริง

อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่า Content Pillar เป็นกระบวนการสำคัญ ในการผลิตคอนเทนต์ทุกประเภท เพื่อให้คอนเทนต์มีคุณภาพ และดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้จริง แต่หากยังไม่แน่ใจว่าควรสร้าง Pillar อย่างไรดี Common Ground ได้เตรียมเคล็ดลับดี ๆ มาเสิร์ฟนักการตลาดมือใหม่ทุกคนแล้ว ดังนี้

  • กำหนดเป้าหมายธุรกิจในฝัน

การทำ Creative Marketing จะไม่ประสบความสำเร็จเลย หากแบรนด์ไม่ทำการกำหนดเป้าหมายของตัวเอง เนื่องจาก เป้าหมายแต่ละแบบ เป็นตัวกำหนด Content Pillar ที่แตกต่างกันออกไป เช่น หากแบรนด์ต้องการเพิ่มยอดขาย อาจต้องเพิ่มคอนเทนต์เกี่ยวกับการรีวิวสินค้า เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็นถึงข้อดี และตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น

  • เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย

ก่อนจะเริ่มสร้างแพลน ควรกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ดีก่อน ตั้งแต่เพศ อายุ และพฤติกรรมต่าง ๆ หรือที่เรียกว่าการทำ Persona เพื่อให้เจ้าของแบรนด์ และนักการตลาด เข้าใจถึง Pain Point ของลูกค้า และสร้างคอนเทนต์ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

  • เลือกหัวข้อคอนเทนต์ให้เหมาะสม

เมื่อกำหนดเป้าหมาย และวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็คือขั้นตอนของการวางแผนคอนเทนต์ โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ ในการทำคอนเทนต์เป็นหลัก โดยสามารถทำได้ 2 แบบ ได้แก่

  1. วัตถุประสงค์ของแบรนด์
  • Engagement: เพื่อเพิ่มยอดไลก์ แชร์ และคอมเมนต์ เช่น คอนเทนต์ให้ความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า และบริการของแบรนด์ หรือกิจกรรมร่วมสนุก ต้อนรับสินค้าคอลเลกชันใหม่ เป็นต้น
  • Brand Awareness: เพื่อกระตุ้นให้คนรู้จักแบรนด์ และจำเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้ เช่น คอนเทนต์แนะนำความเป็นมาของแบรนด์ โดยใส่โทนเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ หรือเน้นโชว์วิธีการตัดต่อ ที่เป็นลายเส้นเฉพาะประจำแบรนด์
  • Selling: เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้า เช่น คอนเทนต์โปรโมตสินค้าคอลเลกชันใหม่
  • Review: เพื่อกระตุ้นการพูดถึงแบรนด์ในวงกว้าง และเพิ่มโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ได้รู้จักแบรนด์มากขึ้น
  1. เนื้อหาคอนเทนต์
  • Realtime: เป็นคอนเทนต์ตามกระแส เช่น มีมที่กำลังเป็นกระแส วลีฮิต และเพลงฮิตในช่วงนั้น ทั้งนี้ ก่อนเริ่มทำคอนเทนต์ ควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่า กระแสต่าง ๆ ในขณะนั้น มีความอ่อนไหวต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์
  • Education: คอนเทนต์ให้ความรู้ และแบ่งปันเทคนิคดี ๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมาย
  • Lifestyle: คอนเทนต์ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ที่อาจเกี่ยวข้องกับสินค้า และบริการของแบรนด์
  • Seasoning Content: คอนเทนต์ประจำช่วงเทศกาล วันหยุด หรือวันสำคัญตามปฏิทิน
  • สร้าง Content Calendar

อีกสิ่งสำคัญที่ขาดไปไม่ได้เลย ในการทำ Creative Marketing ให้ประสบความสำเร็จ คือ การสร้าง Content Calendar ให้เรียบร้อย โดยระบุว่าจะลงคอนเทนต์วันไหน หัวข้ออะไร รูปแบบใด และช่องทางไหน เพื่อให้ง่ายต่อการวางแผนทำคอนเทนต์ และวัดผลหลังจบแคมเปญ

  • เผยแพร่เนื้อหาในช่องทางที่ถูกต้อง

เพราะทุกคอนเทนต์ ไม่ได้เหมาะกับโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม ดังนั้น ลองแบ่งคอนเทนต์ ตามความเหมาะสมของแต่ละแพลตฟอร์ม และสอดคล้องกับความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมาย เช่น วิดีโอสั้น ควรโพสต์ลงใน TikTok หรือ Instagram reels เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย และสร้างยอด Engagement ได้ดี เป็นต้น

ทั้งนี้ หากเจ้าของแบรนด์คนไหน ที่อยากพาแบรนด์ไปถึงจุดสูงสุด และกำลังมองหาทีมงานคุณภาพ Common Ground Agency พร้อมเป็นที่ปรึกษาให้กับคุณ ด้วยประสบการณ์ด้านการตลาดออนไลน์มากกว่า 7 ปี เราพร้อมให้บริการ Creative Marketing Services แบบครบวงจร ตั้งแต่ด้านกลยุทธ์ รับทำคอนเทนต์ และโฆษณาออนไลน์ หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่

Tel: 081-426-6695

Email: Enjoy@iamcommonground.com

Facebook Page: Common Ground

TikTok: @commonground_agency

Instagram: @commonground_agency

Common Ground Digital Marketing Agency รับทำการตลาดออนไลน์
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.