แม่ค้ายุคใหม่ต้องรู้ ! ขายของใน TikTok เสียค่าอะไรบ้าง

ในปัจจุบันการขายสินค้าออนไลน์ ถือว่าเป็นตลาดการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่ซื้อสินค้าที่ร้านน้อยลง และมองว่าการสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce ต่าง ๆ ราคาย่อมเยากว่า รวมถึงยังมีส่วนลดที่คุ้มค่ามากกว่า ทั้งยังประหยัดเวลาได้ดีอีกด้วย
ซึ่งหนึ่งในแอปพลิเคชันที่มาแรงที่สุดในปี 2026 จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลย นอกจาก “TikTok” ซึ่งมีฟีเจอร์ที่ปิดจบการขายได้ง่าย และรวดเร็วเหนือแพลตฟอร์มอื่น ๆ
สำหรับผู้ที่กำลังสนใจ อยากเริ่มขายของใน TikTok แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงดี ในบทความนี้ Common Ground จะพาทุกคนมาดูกันว่า ถ้าอยากเริ่มขายของบน TikTok ต้องทำอย่างไร และการขายของใน TikTok เสียค่าอะไรบ้าง เพื่อให้เจ้าของแบรนด์หน้าใหม่ ได้ลองวางแผนให้ละเอียด พร้อมขายสินค้าให้ปัง Sold Out อย่างรวดเร็ว หากพร้อมแล้ว เราไปดูกันได้เลย
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
ค่าธรรมเนียมบน TikTok คืออะไร ?
ค่าธรรมเนียมบน TikTok คือ ค่าใช้จ่ายที่ผู้ขายต้องจ่ายให้กับแพลตฟอร์ม เมื่อขายสินค้าได้สำเร็จ โดยระบบจะทำการหักค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จากยอดขายที่ได้รับจากลูกค้าโดยอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 3.21% และอาจมีค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เพิ่มเติม ทำให้ผู้ขายต้องเผื่อต้นทุนในส่วนนี้ เพื่อให้การขายของประสบความสำเร็จ และไม่ขาดทุน

เรื่องน่ารู้ ! อยากขายของใน TikTok ต้องเสียค่าอะไรบ้าง
การทำความเข้าใจเรื่องค่าธรรมเนียม เป็นพื้นฐานสำคัญที่พ่อค้า และแม่ค้ามือใหม่ต้องรู้ เพื่อคำนวณต้นทุนในการขายที่แท้จริง ก่อนเริ่มทำแคมเปญ หรือวางขายสินค้า โดยโครงสร้างค่าใช้จ่ายประกอบไปด้วย ค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมการสั่งซื้อ และค่าจัดส่ง รวมถึงค่านายหน้า ในกรณีที่ทางแบรนด์ทำ Affiliate Marketing ซึ่งแต่ละส่วนก็มีรายละเอียดที่น่าสนใจต่างกัน ดังนี้
• ค่าคอมมิชชัน
ค่าคอมมิชชัน (Marketing Commission Fee) เป็นค่าธรรมเนียมหลักที่ผู้ขายต้องจ่ายให้กับ TikTok Shop ซึ่งจะหักเมื่อการจัดส่งสินค้าเสร็จสมบูรณ์ อีกทั้งค่าคอมมิชชัน จะไม่รวมกับส่วนลดที่แพลตฟอร์ม มอบให้กับผู้บริโภค โดยทาง TikTok ได้มีการคิดเรตค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน ตามหมวดหมู่ของสินค้า ดังนี้
- ร้านค้า Mall
- สินค้าแฟชั่น: ค่าธรรมเนียมการขายอยู่ที่ 8.56%
- สินค้าอิเล็กทรอนิกส์: ค่าธรรมเนียมการขายอยู่ที่ 5.35%
- สินค้าอุปโภคบริโภค: ค่าธรรมเนียมการขายอยู่ที่ 8.56%
- สินค้าไลฟ์สไตล์: ค่าธรรมเนียมการขายอยู่ที่ 8.56%
- ร้านค้าทั่วไป
- สินค้าแฟชั่น: ค่าธรรมเนียมการขายอยู่ที่ 6.42%
- สินค้าอิเล็กทรอนิกส์: ค่าธรรมเนียมการขายอยู่ที่ 5.35%
- สินค้าอุปโภคบริโภค: ค่าธรรมเนียมการขายอยู่ที่ 5.35%
- สินค้าไลฟ์สไตล์: ค่าธรรมเนียมการขายอยู่ที่ 5.35%
• ค่าธรรมเนียมการสั่งซื้อ
ค่าธรรมเนียมการสั่งซื้อ (Transaction Fee) เป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกเรียกเก็บเมื่อคำสั่งซื้อสำเร็จ เพราะเป็นส่วนที่มีความเกี่ยวข้อง กับการใช้บริการช่องทางการเงินต่าง ๆ โดยจะถูกเรียกเก็บในอัตรา 3.21% และเป็นอัตราเดียวกันทุกประเภทสินค้า และทุกประเภทร้านค้า
• ค่าจัดส่ง
ค่าจัดส่ง (Shipping Fee) เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้า ซึ่งลูกค้าจะเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ในขั้นตอนการชำระเงิน ทั้งนี้ หากร้านค้าทำโปรโมชันจัดส่งฟรี ร้านค้าต้องเป็นฝ่ายเสียค่าธรรมเนียมการจัดส่ง ซึ่งจะอยู่ที่ 3% หรือไม่เกิน 199 บาทต่อ 1 คำสั่งซื้อ
• ค่านายหน้า
สำหรับร้านค้าที่ทำ TikTok Affiliate ผ่านการใช้ครีเอเตอร์ หรือผู้ใช้งานบน TikTok ทำคอนเทนต์โปรโมตสินค้า จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ตามที่แต่ละร้านกำหนด โดยจะเริ่มต้นที่ 5% ขึ้นไปของราคาขาย
เมื่อทำความเข้าใจกันไปแล้วว่า การขายของใน TikTok เสียค่าอะไรบ้าง สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น สร้างรายได้บน TikTok แต่ยังรู้สึกว่าไม่มีความชำนาญมากพอ ขอแนะนำ Common Ground ทีมเอเจนซีที่มีความเชี่ยวชาญในตลาด TikTok ด้วยประสบการณ์กว่า 8 ปี เราพร้อมช่วยคุณวิเคราะห์จุดเด่นของแบรนด์ วางกลยุทธ์การทำคอนเทนต์ และกำหนดเป้าหมายธุรกิจอย่างครอบคลุม เพื่อให้คุณทำยอดขายทะลุเป้าหมายที่วางไว้

อยากเริ่มขายของใน TikTok Shop ต้องทำอย่างไรบ้าง
การเปิดร้านค้าออนไลน์บน TikTok Shop ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะพ่อค้าแม่ค้า สามารถสร้างร้านค้า และดำเนินการได้บนแพลตฟอร์ม TikTok โดยที่ไม่ต้องไปโหลดแอปพลิเคชันแยก ซึ่งทาง Common Ground ก็ได้รวบรวมขั้นตอนการเตรียมพร้อม เพื่อให้การขายของบน TikTok ราบรื่นยิ่งขึ้นมาให้แล้ว ดังนี้
• สมัครบัญชี TikTok
อันดับแรกเจ้าของร้านค้า จะต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน TikTok บนมือถือ หรือแท็บเล็ต พร้อมกับลงทะเบียนให้เรียบร้อย เพื่อให้การสมัคร TikTok Shop ไว้ขายของเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น
• เปลี่ยนเป็นบัญชีธุรกิจ
เมื่อสร้างบัญชีบน TikTok สำเร็จแล้ว สิ่งที่เจ้าของร้านควรทำต่อมา คือ การเปลี่ยนประเภทบัญชี โดยจะต้องเข้าไปที่การตั้งค่าบัญชี จากนั้นกดไปที่เมนู “สลับเป็นบัญชีธุรกิจ” และเลือกหมวดหมู่ให้ตรงกับธุรกิจ พร้อมกับสมัคร TikTok Shop บน TikTok Seller Center หรือเว็บไซต์ Seller
หลังจากที่สมัครบัญชีเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมา คือ การยืนยันตัวตน หากเป็นบุคคลธรรมดา ต้องใช้เพียงบัตรประชาชนในการยืนยันตัวตน ส่วนนิติบุคคล ต้องใช้เอกสารจดทะเบียนบริษัทร่วมด้วย ทั้งนี้ หากเคยมีบัญชี TikTok มาก่อน ต้องยืนยันเบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่อีเมลให้เรียบร้อย จากนั้นรอตรวจสอบเอกสารประมาณ 48 ชั่วโมง เมื่อผ่านการอนุมัติแล้ว ก็สามารถเริ่มขายสินค้าได้ทันที
อย่างไรก็ตาม การเปิดร้านค้าบน TikTok Shop เจ้าของร้านจะต้องเป็นคนไทย และจดทะเบียนในประเทศไทยเท่านั้น โดยมีข้อควรระวังที่เจ้าของร้านควรรู้ ก่อนเริ่มสมัครบัญชี มีดังนี้
- อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
- ต้องกรอกข้อมูลรายละเอียดให้ถูกต้อง และครบถ้วน เพราะรายละเอียดต่าง ๆ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง และแก้ไขได้
- การตั้งชื่อร้านค้า ต้องสอดคล้องกับสินค้าที่ขาย
- ห้ามตั้งชื่อร้านค้าที่มีคำว่า TikTok
• เริ่มสร้างคอนเทนต์
การขายของใน TikTok จะไม่ประสบความสำเร็จเลย หากขาดการทำคอนเทนต์ที่สม่ำเสมอ และเข้าตากลุ่มเป้าหมาย โดยในช่วงแรกอาจลองทำคอนเทนต์เกี่ยวกับสินค้าที่ลงขาย แต่ไม่เน้นขายของมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกเบื่อ ลองทำคอนเทนต์ตามเทรนด์ หรือเล่นแผ่นเสียงที่กำลังอยู่ในกระแส เพื่อให้ร้านของคุณ เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายยิ่งขึ้น
• ให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้า
แม้ว่า Engagement จะเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ของการทำตลาดบนโลก TikTok แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยมัดใจลูกค้าให้อยู่หมัด คือ การตอบกลับคอมเมนต์อยู่เสมอ และปรับปรุงคุณภาพสินค้า ตามคำวิจารณ์ที่เหมาะสมของผู้บริโภค เพื่อแสดงถึงความใส่ใจในบริการ และความคิดเห็นของลูกค้า
มือใหม่ห้ามพลาด ! สินค้าแบบไหนบ้าง ที่ห้ามขายบน TikTok Shop
นอกเหนือจากการสมัครบัญชี TikTok Shop และทำคอนเทนต์ให้ถูกใจกลุ่มเป้าหมายแล้ว แต่พ่อค้าแม่ค้าก็ยังถูกปิดกั้นการมองเห็น หรือยอดขายไม่ตรงตามเป้าสักที ลองมาดูกันก่อนว่าบนแพลตฟอร์ม TikTok มีสินค้าอะไรบ้างที่ห้ามขาย เพื่อดูว่าร้านค้าของคุณ ละเมิดกฎชุมชนหรือไม่ จะมีอะไรบ้าง เรามาดูกัน
- สินค้าที่เกี่ยวกับอาวุธทุกรูป เช่น ปืน กระสุน อุปกรณ์ทางการทหาร และปืนจำลอง
- สินค้าที่เป็นวัสดุอันตราย เช่น วัสดุระเบิด ดอกไม้ไฟ สารพิษ และสารเคมีที่เป็นอันตราย
- อวัยวะ หรือชิ้นส่วนของมนุษย์ รวมถึงการซื้อขายสเปิร์ม เซลล์ไข่ และไข่ที่ปฏิสนธิ
- สัตว์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์
- สินค้า และบริการสำหรับผู้ใหญ่
- สารเสพติด และอุปกรณ์ในการเสพยา
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และบุหรี่ไฟฟ้า
- ยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จำหน่าย
- สินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์
- บัตรประชาชน และพาสปอร์ต
เป็นอย่างไรกันบ้าง กับสาระน่ารู้เกี่ยวกับการขายของบน TikTok Shop ประจำปี 2026 หวังว่าบทความนี้ จะช่วยตอบคำถามได้ว่า การขายของใน TikTok เสียค่าอะไรบ้าง โดยจะเห็นได้ว่า ค่าใช้จ่ายแต่ละส่วนที่ต้องจ่าย เจ้าของร้านต้องคำนวณต้นทุนให้ดี และกำหนดราคาขายที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้จมทุน หรือขาดทุนโดยไม่รู้ตัว
สำหรับแบรนด์ที่สนใจเริ่มต้นทำการตลาดบน TikTok และต้องการผู้เชี่ยวชาญ ที่พร้อมปั้นแบรนด์ของคุณให้ประสบความสำเร็จ Common Ground เอเจนซี่การตลาดพร้อมที่จะช่วยผลักดันธุรกิจของคุณให้เติบโต และสร้างยอดขายที่สูงขึ้น หากสนใจสามารถติดต่อ หรือปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่
Tel: 081-426-6695
Email: Enjoy@iamcommonground.com
Facebook Page: Common Ground
TikTok: @commonground_agency
Instagram: @commonground_agency