บริการรับทำ
GEO (Generative Engine Optimization)
ให้เว็บไซต์ของคุณถูกกล่าวถึงบน ChatGPT, Gemini และ Perplexity
จากยุค Google Search → สู่ยุค AI Search เราพร้อมช่วยปรับเว็บไซต์ให้เข้าใจ GEO และถูกกล่าวถึง บนระบบค้นหาอัจฉริยะของ AI
ASEO คืออะไร ? ต่างจากการทำ SEO ทั่วไปยังไง
AI Search Optimization (ASEO) คือ การปรับเว็บไซต์ให้ระบบค้นหาอัจฉริยะอย่าง “Semantic AI Search” เข้าใจโครงสร้าง และความหมายของเนื้อหาในเว็บได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ถูกเลือก และนำไปแสดงผลโดย โมเดลภาษา (LLM) เช่น ChatGPT, Gemini และ Perplexity
กล่าวง่าย ๆ คือ การทำ ASEO จะทำให้ AI เข้าใจเนื้อหาเว็บของคุณ และดึงข้อมูลไปใช้ตอบคำถามของผู้ค้นหา โดยตรง ซึ่งจะต่างจาก SEO แบบเดิม ที่เน้นการติดอันดับบน Google
| การทำงาน | Google Search | AI Search |
|---|---|---|
| วิธีค้นหา | พิมพ์คำค้น (Keyword) | พิมพ์หรือพูดเป็นประโยคถาม |
| ระบบประมวลผล | อัลกอริทึมจัดอันดับลิงก์ | โมเดลภาษา (LLM) วิเคราะห์และสรุป |
| ผลลัพธ์ | แสดงลิงก์เว็บไซต์ให้เลือก | แสดงคำตอบที่สรุปโดย AI จากหลายแหล่ง |
| เป้าหมาย | ติดอันดับบน Google | ให้เว็บถูก AI เลือกไปแสดงเป็นคำตอบ |
ทำไม ASEO ถึงสำคัญต่อธุรกิจในปี 2025
ในปัจจุบัน ระบบ AI Search (ChatGPT, Gemini และ Perplexity) กลายเป็นช่องทางหลักที่คนนิยมใช้ค้นหาข้อมูลแทนที่การค้นหาแบบเดิมบน Google ทำให้เว็บไซต์ที่ไม่มีโครงสร้างข้อมูล (Schema) หรือบริบทที่ชัดเจน (Context) มีแนวโน้มจะไม่ถูกเลือกให้แสดงผลใน AI Answers
ในขณะเดียวกัน ปัจจัยอย่าง EEAT (Experience, Expertise, Authority, Trust) ได้ถูก AI นำมาเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ที่ใช้พิจารณาความน่าเชื่อถือของเนื้อหา มากกว่าการใส่แค่คีย์เวิร์ดแบบ SEO เดิม ๆ
ดังนั้น การ Optimize เว็บไซต์ให้ AI เข้าใจได้อย่างถูกต้อง (ASEO) จึงเป็นกุญแจสำคัญ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจของคุณ ถูก AI หยิบข้อมูลไปตอบคำถามของผู้ใช้เป็นอันดับแรก
AI Search
Traditional Search
AI Search อาจแซง Traditional Search ภายใน ปี 2028
ภายใน ปี 2028 AI Search มีแนวโน้มแซงการค้นหาแบบดั้งเดิม ใครเริ่มทำ ASEO ก่อน ย่อมได้เปรียบในการติดอันดับผลลัพธ์จาก AI
(Semrush, 2025)*
AI Search Traffic เพิ่มขึ้น 527% ภายในปีเดียว
Traffic จากระบบ AI Search เติบโตขึ้นกว่า 527% ภายในปีเดียว สะท้อนว่าผู้ใช้ กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมจาก Google สู่ AI Search อย่างชัดเจน
(Search Engine Land, 2025)*
กว่า 80% ของผู้บริโภคใช้คำตอบจาก AI Summary ในอย่างน้อย 40% ของการค้นหา *
คนจำนวนมากเริ่มพึ่งพาคำตอบที่ AI สรุปให้โดยตรงบนหน้าผลลัพธ์ แทนที่จะคลิกเข้าเว็บไซต์เหมือนในอดีต ดังนั้น ธุรกิจไม่ควรมองแค่การทำอันดับบน Google อย่างเดียว แต่ควรให้ความสำคัญว่า เนื้อหาของคุณ ถูกเข้าใจ และถูกนำไปแสดงในคำตอบของ AI หรือไม่ เพราะนั่นคือพื้นที่ใหม่ ที่ลูกค้ากำลังมองเห็นแบรนด์ของคุณจริง ๆ
(Semrush, 2025)*
ขั้นตอนการทำ GEO (Generative Engine Optimization)

AI Readability Audit
ขั้นตอนนี้เป็นพื้นฐานของ AI Search Optimization เพื่อตรวจสอบว่า AI หรือ LLM เข้าใจเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณได้หรือไม่

Knowledge Graph Building
การสร้าง Knowledge Graph คือ การจัดระเบียบข้อมูล ให้เชื่อมโยงกันในรูปแบบที่ AI เข้าใจ เช่น ใครคือใคร สินค้า คืออะไร หรือมีความเกี่ยวข้องกับหัวข้อใดบ้าง เพื่อให้ระบบ ค้นหาเข้าใจความสัมพันธ์ของข้อมูลภายในเว็บ และบริบท ภายนอกได้อย่างถูกต้อง

Entity + Schema Optimization
ขั้นตอนนี้ คือการเชื่อม Entity (ตัวตน) เข้ากับ Schema Markup เพื่อให้ AI เข้าใจบทบาทของข้อมูลแต่ละส่วนมากขึ้น เช่น บอกให้ ระบบรู้ว่า “Common Ground” คือ Agency, “SEO” คือบริการ, “AI Search” คือหัวข้อเชิงเทคนิค และนี่คือแนวทางแบบ Semantic SEO ที่ช่วยให้ AI เข้าใจว่าคุณคือใคร และเชี่ยวชาญเรื่องอะไร
AI Embedding & Retrieval Testing
ในขั้นตอนนี้จะทดสอบว่า ข้อมูลของเว็บไซต์คุณถูกฝังในเวกเตอร์อย่างถูกต้องหรือไม่ และสามารถถูกดึง (Retrieved) โดยระบบ AI ได้จริงหรือเปล่า โดย AI Search จะใช้เทคนิค AI Embedding และ Vector Index ในการแปลงข้อมูลของ เว็บให้เป็นตัวเลข (เวกเตอร์) แล้วจับคู่กับคำค้นหา
E-E-A-T Reinforcement
แม้ AI จะเข้าใจเนื้อหาได้แล้ว แต่จะเลือกอ้างอิงเว็บไซต์ของคุณหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือด้วย ดังนั้น คุณจึง ต้องเสริมความน่าเชื่อถือด้วยหลัก E-E-A-T ทั้งภายใน และภายนอกเว็บ เช่น โปรไฟล์ผู้เขียน, แหล่งอ้างอิง, รีวิวจริง หรือการได้รับลิงก์จากเว็บคุณภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสถูกเลือกให้เป็นแหล่งข้อมูล (AI Answer)
เราสามารถทำให้เว็บไซต์คุณถูกค้นเจอได้ในทุกๆ AI Search Platform
เชื่อมต่อแบรนด์ของคุณ กับการค้นหายุคใหม่ ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ Google ! เราช่วยให้เว็บไซต์ของคุณถูกเลือก และแนะนำโดย AI Search ชั้นนำทั่วโลกได้ ไม่ว่าจะเป็น
ChatGPT
(แพลตฟอร์มค้นหาด้วยบทสนทนาอัจฉริยะ)
Perplexity.ai
(เครื่องมือค้นหาที่อ้างอิงเว็บไซต์จริง พร้อมลิงก์แหล่งที่มา)
Gemini AI Search
(ระบบค้นหาที่ผสานข้อมูลจาก Google และ AI Insight)
Claude.ai
(ผู้ช่วย AI ที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลเชิงลึก และความน่าเชื่อถือ)
ตัวอย่างภาพ:
ผลลัพธ์จากการทำ ASEO กับเรา
01
เว็บไซต์ถูกอ้างอิงใน AI Answers ด้วยทีมงานมืออาชีพด้านการทำ SEO คอนเทนต์ของเรา เว็บไซต์ของคุณจะกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่ AI เลือกอ้างอิง เพื่อตอบคำถามผู้ใช้อย่างตรงจุด
02
ปรากฏใน Featured AI Results ของ Gemini (AI Overviews) เพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ของคุณโดดเด่นในหน้าผลลัพธ์ AI Overviews ซึ่งการที่เนื้อหาของคุณได้ไปปรากฏใน Featured AI Results นั้นเป็นสัญญาณที่ดี ที่แสดงถึงคุณภาพ และความเกี่ยวข้องของเว็บไซต์ในสายตาของ Google ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าชมเว็บไซต์ที่เพิ่มขึ้นได้
03
เพิ่ม CTR เฉลี่ย 200% คอนเทนต์ที่ถูกปรับให้เหมาะกับ AI Search นอกจากจะช่วยเพิ่มการมองเห็น หรือ Search Visibility บนโลกออนไลน์แล้ว ยังช่วยดึงคนให้คลิกเข้ามา ที่เว็บไซต์ของเราได้มากขึ้นถึง 200%
04
ปรับ Ranking SEO บน Google + AI Search ไปพร้อมกัน ไม่จำเป็นต้องเลือกว่า อยากให้ติดอันดับบน Google หรือบนผลลัพธ์ AI Search เพราะเราจะช่วยให้เว็บไซต์คุณ ครองอันดับในทุกแพลตฟอร์ม และถูก AI นำไปแสดงผล ทำให้คุณได้ทั้ง ความน่าเชื่อถือ, ชื่อเสียง, Organic Traffic และ Ranking ที่ดีใน Search Engine

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ GEO & ASEO
- : ASEO ต่างจาก SEO ยังไง ?
- : SEO จะมุ่งให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google จากคีย์เวิร์ดและลิงก์ แต่ ASEO (AI Search Optimization) จะเน้นให้ AI เข้าใจเนื้อหา และหยิบข้อมูลของคุณไปแสดง ในคำตอบของ AI Search อย่าง ChatGPT, Gemini หรือ Perplexity
- : ใช้เวลานานไหมกว่าจะติดอันดับบน AI Search ?
- : โดยทั่วไปผลลัพธ์จะเริ่มเห็นภายใน 1 - 3 เดือน ขึ้นอยู่กับคุณภาพของโครงสร้างเว็บและข้อมูล เนื่องจาก AI Search ยังอยู่ในช่วงขยายฐานข้อมูล เว็บไซต์ที่ Optimize ก่อนจึงมีโอกาสถูกเรียนรู้ และดึงข้อมูลไปแสดงใน AI Answers ก่อน
- : ต้องทำเนื้อหาใหม่ไหม หรือใช้ของเดิมได้เลย ?
- : หากคุณมีเนื้อหาดีอยู่แล้ว สามารถปรับโครงสร้าง และเพิ่ม Context / Schema เพื่อให้ AI เข้าใจมากขึ้นได้เลย ไม่จำเป็นต้องเขียนใหม่ทั้งหมด แต่ถ้าหากเนื้อหา บนเว็บไซต์ยังไม่ตอบโจทย์ผู้ค้นหา ก็อาจต้องเสริมเนื้อหาให้ครบประเด็นที่ AI ต้องการใช้ในการสรุปก่อน
- : เว็บที่ทำ SEO อยู่แล้วต้องเริ่มทำ ASEO ใหม่ไหม ?
- : ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ แต่ควรต่อยอดจาก SEO ที่มีอยู่ ด้วยการเพิ่มองค์ประกอบที่ AI ใช้ตีความ เช่น Schema Markup, Entity Linking และการเขียนเนื้อหา แบบ Semantic Content เพื่อให้เว็บคุณพร้อมสำหรับทั้งสำหรับ Google และ AI Search
พร้อมพาเว็บไซต์คุณขึ้นสู่ยุคใหม่ ของการค้นหาใน AI Search แล้วหรือยัง ?
Common Ground
คือผู้นำด้าน AI Search Optimization Agency ในไทย