BlogSEOไขข้อข้องใจ SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร ? สำหรับมือใหม่

ไขข้อข้องใจ SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร ? สำหรับมือใหม่

seo กับ sem ต่างกันอย่างไร

หากใครกำลังใช้กลยุทธ์การตลาดผ่าน Google ก็คงเคยได้ยินคำว่า SEO และ SEM กันมาบ้าง แต่สำหรับมือใหม่ อาจยังมีความสับสนระหว่างคำสองคำนี้ เพราะดูเหมือนคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างในแง่ของการทำงาน และผลลัพธ์ที่ได้ ดังนั้น เพื่อไขข้อสงสัย ในบทความนี้ Common Ground ขอพาทุกคนมาทำความรู้จัก และชวนแชร์ว่า SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย

seo กับ sem ต่างกันอย่างไร

มือใหม่ต้องรู้ก่อนใช้งาน ! SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร ?

สำหรับธุรกิจที่มีเว็บไซต์ และต้องการให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ บนหน้าผลการค้นหา (SERP) ของ Google มีอยู่ 2 กลยุทธ์หลักที่สามารถนำมาใช้ได้ คือ SEO และ SEM ซึ่งแม้ทั้งสองจะมีเป้าหมายเดียวกัน คือ เพิ่มการมองเห็นในหน้า Google แต่กลับมีวิธีการทำงาน และจุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยสามารถทำความเข้าใจ SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไรได้ ดังต่อไปนี้

1. ความหมาย

  • SEO: ย่อมาจาก Search Engine Optimization คือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้เป็นมิตรกับอัลกอริทึมของ Google เพื่อให้ติดอันดับการค้นหาแบบ “ไม่ต้องเสียเงินค่าโฆษณา
  • SEM: ย่อมาจาก Search Engine Marketing คือการทำการตลาดผ่านเสิร์ชเอนจิน โดยเฉพาะการใช้โฆษณาแบบเสียเงิน เช่น Google Ads เพื่อให้เว็บไซต์แสดงผลในอันดับต้น ๆ อย่างรวดเร็ว

2. การแสดงผลลัพธ์

  • SEO: การแสดงผลลัพธ์ของ SEO ทั่วไปมักแสดงผลลัพธ์อยู่ในช่วง 3 – 6 เดือน โดยค่อย ๆ ไต่อันดับที่สูงขึ้น แต่ไม่สามารถการันตีได้ว่าเว็บไซต์จะติดอันดับแรกบนหน้าผลการค้นหา เนื่องจาก ต้องอาศัยการปรับแต่งเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง และแข่งกับเว็บไซต์อื่นที่ทำ SEO เช่นกัน
  • SEM: การแสดงผลของ SEM ทำได้รวดเร็วกว่า โดยเว็บไซต์สามารถ แสดงผลได้ทันทีภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากเริ่มต้นแคมเปญโฆษณา

3. การลงทุน

  • SEO: อีกหนึ่งข้อสังเกตที่ชัดเจนว่า SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร คือการทำ SEO ไม่มีค่าใช้จ่ายโดยตรง เพราะเป็นการดึงดูดผู้เข้าชมผ่านการค้นหาแบบธรรมชาติ (Organic Search) อย่างไรก็ตาม อาจมีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น การจ้างผู้เชี่ยวชาญ SEO ในการสร้างคอนเทนต์คุณภาพ หรือการปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับการจัดอันดับของ Google
  • SEM: การทำ SEM มีค่าใช้จ่ายโดยตรง เนื่องจากต้องจ่ายเงิน เพื่อซื้อคีย์เวิร์ดสำหรับโฆษณา โดยจะเสียค่าใช้จ่ายเมื่อมีผู้ใช้คลิกโฆษณา (Pay-Per-Click) ซึ่งค่าใช้จ่ายจะมาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับการแข่งขันของคีย์เวิร์ดนั้น ๆ

4. ประเภท Traffic

  • SEO: ให้ผลลัพธ์เป็น Organic Traffic หรือการเข้าชมแบบธรรมชาติจากผู้ใช้ที่ค้นหาผ่าน Google
  • SEM: ให้ผลลัพธ์เป็น Paid Traffic หรือผู้เข้าชมที่มาจากโฆษณาที่ปรากฏบนหน้าผลการค้นหา ซึ่งเป็น Traffic ที่ต้องใช้เงินซื้อ

5. กลยุทธ์การใช้

  • SEO: ต้องอาศัยการวางแผนระยะยาว เช่น การเขียนคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ, การใส่คีย์เวิร์ดอย่างเหมาะสม, การทำ Internal Links และ Backlinks รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างเว็บไซต์ให้เป็นมิตรกับ Google ไม่ว่าจะเป็น On-Page SEO, Off-Page SEO หรือ Technical SEO
  • SEM: ตั้งงบประมาณ เลือกคีย์เวิร์ดให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย ตั้งกลุ่มเป้าหมายโฆษณา และวิเคราะห์ผลลัพธ์แบบเรียลไทม์ เพื่อปรับปรุงแคมเปญ

6. ความยั่งยืน

  • SEO: การทำ SEO เป็นกลยุทธ์ที่ให้ผลลัพธ์ในระยะยาว เพราะยิ่งลงทุนด้านเนื้อหา และโครงสร้างเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับอย่างยั่งยืน 
  • SEM: การทำ SEM จะหยุดแสดงผลทันที เมื่อหยุดจ่ายค่าโฆษณา หรือสิ้นสุดแคมเปญ ทำให้ไม่มีความต่อเนื่องในระยะยาว และต้องใช้งบประมาณ เพื่อรักษาการมองเห็นบนหน้าแรกของผลการค้นหา

สำหรับเจ้าของแบรนด์ หรือผู้ประกอบการ ที่ต้องการผลักดันเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนหน้าผลการค้นหาด้วยวิธีแบบ SEO ขอแนะนำ Common Ground Agency ผู้ให้บริการรับทำ SEO แบบครบวงจร ที่พร้อมดูแลทุกประเภทธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ พร้อมวางกลยุทธ์ SEO อย่างตรงจุด เพื่อเพิ่มโอกาสให้แบรนด์ของคุณ ถูกค้นพบบนโลกออนไลน์มากยิ่งขึ้น

seo กับ sem ต่างกันอย่างไร

เจาะลึก SEO กับ SEM ควรเลือกทำแบบไหนดี ? ให้เหมาะกับคุณ

หลังจากที่ได้ทำความเข้าใจว่า SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไรไปแล้ว หลายคนอาจเริ่มตั้งคำถามว่า แล้วธุรกิจหรือแบรนด์ของเรา ควรเลือกใช้วิธีไหนมากกว่ากัน ? ซึ่งคำตอบนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยสามารถพิจารณาจากองค์ประกอบที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

  • วัตถุประสงค์ทางการตลาด 

การเลือกใช้ SEO หรือ SEM ควรเริ่มต้นจากการพิจารณาจุดประสงค์ทางการตลาด ของธุรกิจในแต่ละช่วงเวลา เนื่องจาก ทั้งสองวิธีมีข้อดี และข้อจำกัดเฉพาะตัว เช่น หากธุรกิจของคุณเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง และต้องการให้ลูกค้าศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ การทำ SEO จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ และเป็นช่องทางในการให้ข้อมูลได้อย่างยั่งยืน 

ในทางกลับกัน หากเป้าหมาย คือ การโปรโมตโปรโมชันระยะสั้น การเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือมุ่งหวังผลลัพธ์การขายอย่างรวดเร็ว SEM ก็เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีกว่า เพราะสามารถดึงดูดลูกค้าได้ทันทีผ่านการแสดงผลบนหน้าแรกของการค้นหา

  • งบประมาณ 

แน่นอนการลงทุนในการโฆษณาย่อมมีค่าใช้จ่าย ซึ่งสำหรับผู้ที่สงสัย SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร ? เพราะทั้งสองตัวเลือกก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงในการเริ่มต้น ทั้งนี้ หากมีงบประมาณที่จำกัด การเลือกทำ SEO ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า เพราะแม้จะใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล แต่เมื่อเว็บไซต์ติดอันดับแล้ว ก็สามารถสร้าง Traffic ได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเพิ่มเติม

ในขณะที่ SEM เหมาะสำหรับธุรกิจ ที่สามารถจัดสรรงบประมาณรายเดือนในระดับที่สูง และต้องการผลลัพธ์แบบทันที การทำ SEM จึงตอบโจทย์ได้ดีในด้านความรวดเร็ว และความสม่ำเสมอของการแสดงผลโฆษณา อย่างไรก็ตาม การทำ SEM ก็ยังจำเป็นต้องมีการปรับปรุงอยู่เสมอ เพื่อค้นหากลยุทธ์ และช่องทางโฆษณาที่คุ้มค่าที่สุด

สุดท้าย หากคุณยังสงสัยว่า SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร อธิบายง่าย ๆ ก็คือ SEO เปรียบเหมือนการวางรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ส่วน SEM คือการสร้างผลลัพธ์แบบเร่งด่วนในระยะสั้น ดังนั้น หากต้องการผลลัพธ์ทางการตลาดที่ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพสูงสุด การทำ SEO และ SEM ควบคู่กันไป จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด สำหรับการทำการตลาดผ่าน Google

สำหรับใครที่กำลังมองหาบริการเหล่านี้ ก็อย่าลืมนึกถึง Common Ground เอเจนซีให้บริการรับทำ SEO โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ ที่สามารถวางกลยุทธ์การตลาดได้เหมาะสมแต่ละรูปแบบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น อสังหาริมทรัพย์ แอปพลิเคชัน สินค้าแฟชั่น หรือแม้แต่อุปกรณ์ครัวเรือน สนใจสามารถสอบถาม หรือปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่

Tel: 081-426-6695

Email: Enjoy@iamcommonground.com

Facebook Page: Common Ground

TikTok: @commonground_agency

Instagram: @commonground_agency

Common Ground Digital Marketing Agency รับทำการตลาดออนไลน์
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.